{
    "content_title": "การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17070.jpg",
    "aiAnalyze": "<h1>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h1>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งทางการเกษตร ได้แก่ แกลบข้าวและฟางข้าว เพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงปลูกผักสวนครัว  จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุทางการเกษตร  งานวิจัยได้ทำการทดลองโดยใช้แกลบข้าวและฟางข้าวในอัตราส่วนต่างๆ  ภายใต้เงื่อนไขอุณหภูมิและระยะเวลาการเผาที่แตกต่างกัน  โดยใช้เตาปฏิกรณ์แบบควบคุมอุณหภูมิ  เตาต้นแบบในชุมชน และเตาเผาแบบดั้งเดิม  ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการผลิตถ่านชีวภาพจากวิธีการต่างๆ  <\/p>\n<p>การประเมินศักยภาพของถ่านชีวภาพนั้น  งานวิจัยมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์  โดยเฉพาะค่าความร้อน  พื้นที่ผิว  ปริมาตรรูพรุน  และปริมาตรรวมในรูพรุน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการดูดซับสารเคมี  ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ่านชีวภาพจากแกลบข้าวมีประสิทธิภาพในการดูดซับสารเคมีสูงกว่าฟางข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลิตที่อุณหภูมิ 450 องศาเซลเซียส  เป็นเวลา 60 นาที ด้วยเตาปฏิกรณ์แบบเบดเคลื่อนที่  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมกระบวนการผลิตที่มีผลต่อคุณภาพของถ่านชีวภาพ<\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังได้ทำการทดลองในแปลงปลูกผักสวนครัวจริง เพื่อประเมินประสิทธิภาพของถ่านชีวภาพในการกำจัดสารเคมีตกค้าง  ผลการทดลองพบว่าถ่านชีวภาพจากฟางข้าว (อัตราส่วน 0:1)  ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการลดสารเคมีตกค้างหลังจากผ่านไป 15 วัน  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำถ่านชีวภาพมาใช้ในการเกษตรอย่างยั่งยืน  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังระบุถึงข้อจำกัด  เช่น  ควรศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการดูดซับเพิ่มเติม  เช่น ระยะเวลา  ปริมาณของถ่าน  ความเข้มข้นและชนิดของสารเคมี  ชนิดของดินและผัก  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและครอบคลุมยิ่งขึ้น  <\/p>\n<p>การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพให้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของงานวิจัยนี้  การนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก  และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรกรรม  การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเตาเผาแบบต่างๆ  (เตาปฏิกรณ์แบบควบคุมอุณหภูมิ  เตาต้นแบบในชุมชน และเตาเผาแบบดั้งเดิม)  ยังช่วยให้เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความพร้อมของชุมชนได้อีกด้วย  การศึกษาจึงครอบคลุมทั้งด้านการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h1>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการนำของเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์  ช่วยลดต้นทุนการกำจัดขยะ  เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้  และลดการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม  ซึ่งส่งผลดีต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการเกษตร  นอกจากนี้ยังสามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น ปุ๋ยชีวภาพ หรือสารปรับปรุงดิน  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม:<\/strong> การนำของเหลือทิ้งทางการเกษตรมาผลิตถ่านชีวภาพเพื่อกำจัดสารเคมี  ช่วยลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม  ลดการใช้สารเคมีอันตราย  และส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน  จึงเหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมพลังงานชีวมวล:<\/strong> ถ่านชีวภาพที่ได้จากการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้  เป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อีกทางหนึ่ง<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h1>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ  เช่น:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong> เกษตรกรสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปปรับใช้ในการผลิตถ่านชีวภาพจากเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นาของตนเอง  เพื่อลดต้นทุนการเกษตร  และลดการพึ่งพาสารเคมี  นำไปสู่การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยทางการเกษตร:<\/strong> งานวิจัยนี้เป็นฐานข้อมูลที่ดีสำหรับนักวิจัยที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตถ่านชีวภาพ  การดูดซับสารเคมี  และการนำไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรกรรม  สามารถนำไปต่อยอดวิจัยในด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนาประสิทธิภาพของถ่านชีวภาพ หรือการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรสิ่งแวดล้อม:<\/strong> งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพที่เหมาะสม  และมีประสิทธิภาพ  รวมถึงการออกแบบระบบการจัดการขยะทางการเกษตรอย่างยั่งยืน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ:<\/strong> สามารถนำเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพไปต่อยอดเป็นธุรกิจ  สร้างรายได้  และสร้างงานในชุมชน  <\/p>\n<\/li>\n<\/ol>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "176875",
        "Headname": "ดร. นรานันท์ ขำมณี",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ถ่านชีวภาพ",
            "แกลบข้าว",
            "ฟางข้าว",
            "ยาปราบศัตรูพืช",
            "ของเหลือทิ้งทางการเกษตร"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อประเมินศักยภาพแกลบข้าวและฟางข้าวจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว2) เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของถ่านชีวภาพในสภาวะที่แตกต่างกัน (อุณหภูมิและระยะเวลา)ด้วยเตาปฏิกรณ์แบบควบคุมอุณหภูมิเตาต้นแบบในชุมชนและเตาเผาแบบดั้งเดิม3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวภาพจากแกลบข้าวและฟางข้าวเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัวจากการผลิตด้วยเตาต้นแบบและเตาเผาแบบดั้งเดิม"
    },
    "apa": "ดร. นรานันท์ ขำมณี. (2564). การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี.",
    "chicago": "ดร. นรานันท์ ขำมณี. 2564. \"การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว\". มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี.",
    "mla": "ดร. นรานันท์ ขำมณี. \"การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว\". มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 2564. สุราษฎร์ธานี.",
    "vancouver": "ดร. นรานันท์ ขำมณี. การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี; 2564. สุราษฎร์ธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}