{
    "content_title": "การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17010.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม”  เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและทดลองใช้หลักสูตรกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นจากสามฝ่ายหลัก คือ ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน  จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การนำแนวคิด “การมีส่วนร่วมแบบสามเส้า” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นการบูรณาการทรัพยากรและความรู้จากทุกภาคส่วน  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก  การเลือกจังหวัดมหาสารคามเป็นพื้นที่ศึกษาช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะพื้นที่  สะท้อนบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่มีผลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย  การใช้แบบสำรวจ  แบบประเมิน และการสัมภาษณ์  เป็นเครื่องมือที่หลากหลาย  ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ  การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาเช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ช่วยให้สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย<\/p>\n<p>ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นติดตามประเมินผล และขั้นสรุปผล  แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและเป็นระบบ  การนำเสนอผลการวิจัยที่เน้นการมีส่วนร่วมของทั้งสามภาคส่วน  ในการวางแผน ปฏิบัติ และประเมินผล  สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือ  การเน้นการสื่อสาร การระดมทรัพยากร การเป็นอาสาสมัคร และการร่วมตัดสินใจ  ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืน  ผลการวิจัยพบว่า  การมีส่วนร่วมแบบสามเส้า ส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้รับการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา  ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น การเลือกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพียง 1 แห่งต่ออำเภอ  อาจทำให้ตัวอย่างไม่สามารถเป็นตัวแทนของภาพรวมของจังหวัดมหาสารคามได้อย่างสมบูรณ์  การศึกษาในระยะเวลาจำกัด อาจทำให้ไม่สามารถติดตามผลระยะยาวได้อย่างเพียงพอ  การขยายผลงานวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ  จึงควรคำนึงถึงบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของพื้นที่นั้นๆ  เพื่อให้สามารถปรับใช้หลักสูตรและกิจกรรมให้เหมาะสม  การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย  เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม  หรือสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว  ก็จะเป็นการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของงานวิจัย  การนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  จะช่วยให้ผลงานวิจัยนี้สามารถส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ <strong>อุตสาหกรรมการศึกษา<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการศึกษาปฐมวัย  และ <strong>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก<\/strong> เช่น อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก  อุตสาหกรรมการฝึกอบรมครู และบุคลากรทางการศึกษา  เพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาต้นแบบหลักสูตรและกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้  ช่วยสร้างมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัย  ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กและผู้ปกครองได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้  ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กปฐมวัย  เช่น ครู ผู้ปกครอง  และบุคลากรในชุมชน  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก  รวมถึงเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิจัยและพัฒนาต่อไปในอนาคต<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย  เช่น  <strong>ครูผู้สอนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ  <strong>นักวิชาการด้านการศึกษาปฐมวัย<\/strong> สามารถนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงในการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร  <strong>นักพัฒนาหลักสูตร<\/strong> สามารถนำไปสร้างสรรค์หลักสูตรและกิจกรรมใหม่ๆ  ที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย  <strong>ผู้ปกครอง<\/strong> สามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของบุตรหลาน  <strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข<\/strong>  สามารถนำไปใช้ในการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็กในชุมชน  <strong>นักสังคมสงเคราะห์<\/strong> สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำงานกับครอบครัวและชุมชน  <strong>นักวิจัย<\/strong> สามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลในการวิจัยเพิ่มเติม  และ <strong>ผู้บริหารสถานศึกษา<\/strong> สามารถใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "155763",
        "Headname": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การมีส่วนร่วม",
            "\/",
            "สถานศึกษา",
            "\/",
            "ครอบครัว",
            "\/",
            "ชุมชน",
            "\/",
            "พัฒนาการเด็กปฐมวัย"
        ],
        "ProjectObjective": "วัตถุประสงค์ 1 เพื่อพัฒนากิจกรรมต้นแบบสำหรับการจัดการความรู้ เรื่อง หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม 2 เพื่อจัดทำหลักสูตรกิจกรรมการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม 3 เพื่อทดลองและประเมินหลักสูตรกิจกรรมต้นแบบกับกลุ่มเป้าหมาย"
    },
    "apa": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. (2564). การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.",
    "chicago": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. 2564. \"การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม\". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.",
    "mla": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. \"การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม\". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2564. มหาสารคาม.",
    "vancouver": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รุ่งลาวัลย์ ละอำคา. การจัดการความรู้หลักสูตรการมีส่วนร่วมแบบสามเส้า (ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน) เร้าพลังเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในจังหวัดมหาสารคาม. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2564. มหาสารคาม.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}