{
    "content_title": "การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16938.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี&quot;  เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อตอบสนองตลาดพรีเมี่ยม  จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการใช้กระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) ซึ่งทำให้การถ่ายทอดความรู้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน  โดยการทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการติดตามผลการผลิตในฟาร์ม  <\/p>\n<p>การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ และการตลาดออนไลน์  นี่แสดงให้เห็นถึงความรอบด้านของโครงการที่ไม่เพียงแต่เน้นการเพิ่มผลผลิต แต่ยังคำนึงถึงขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์  การเลือกมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์เป็นพืชเป้าหมายแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  ตลาดพรีเมี่ยมสำหรับมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง<\/p>\n<p>ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการถ่ายทอดความรู้  ความรู้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 69.00% เป็น 93.20% หลังการอบรม  และที่สำคัญคือเกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มของตนเองได้จริง  ส่งผลให้เพิ่มรายได้ถึง 25.56%  นี่เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่างานวิจัยนี้ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมาย  การร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตผักและผลไม้อินทรีย์อุบลกรีนพรีเมี่ยม  ช่วยสร้างเครือข่ายการสนับสนุนและแลกเปลี่ยนความรู้  ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในระยะยาว<\/p>\n<p>นอกจากนี้ การใช้ช่องทางสื่อสารออนไลน์เช่นเพจเฟซบุ๊กและกลุ่มไลน์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเกษตรกร  ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับยุคดิจิทัล  การที่โครงการสามารถสร้างเกษตรกรเป้าหมายได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ (16 ราย มากกว่า 10 ราย)  และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ (25.56% มากกว่า 10%) แสดงถึงความสำเร็จและศักยภาพของงานวิจัย  งานวิจัยนี้จึงเป็นแบบอย่างที่ดีของการวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร  สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาการเกษตรอื่นๆได้<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตพืชผักและผลไม้ปลอดสารพิษและเกษตรอินทรีย์  เหตุผลหลักคือ:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์:<\/strong>  งานวิจัยนี้เน้นการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์คุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยม  ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  อุตสาหกรรมการเกษตรสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปปรับใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ของตนเอง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การสร้างความยั่งยืน:<\/strong>  วิธีการวิจัยที่เน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกร  การให้ความรู้ และการสร้างเครือข่าย  ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมเกษตร  ช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้  และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต:<\/strong>  งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือน  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตพืชอื่นๆได้  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ลดต้นทุน  และเพิ่มผลผลิต<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การขยายตลาด:<\/strong> การเน้นการตลาดออนไลน์และการสร้างแบรนด์  ช่วยให้สามารถเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น  และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตร<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร  ผู้ประกอบการด้านการเกษตร  และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอินทรีย์  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong>  งานวิจัยนี้ให้ความรู้และทักษะในการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์คุณภาพสูง  ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร  โดยเฉพาะเกษตรกรที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์และการตลาดแบบพรีเมี่ยม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการด้านการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  การสร้างแบรนด์  และการขยายตลาด  เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด  โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่สนใจในสินค้าเกษตรอินทรีย์  และการส่งออก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิชาการ:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นแบบอย่างที่ดีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ  สามารถนำไปใช้เป็นกรณีศึกษา  และปรับปรุงหรือพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์  การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "143179",
        "Headname": "นายทินน์ พรหมโชติ",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตมะเขือเทศเชอรี่คุณภาพให้กับเกษตรกรในเขตเทศบาลตำบลเมืองศรีไค2. เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตผลมะเขือเทศเชอรี่"
    },
    "apa": "นายทินน์ พรหมโชติ. (2564). การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. อุบลราชธานี.",
    "chicago": "นายทินน์ พรหมโชติ. 2564. \"การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี\". มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. อุบลราชธานี.",
    "mla": "นายทินน์ พรหมโชติ. \"การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี\". มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2564. อุบลราชธานี.",
    "vancouver": "นายทินน์ พรหมโชติ. การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือนที่มีคุณภาพสูงสำหรับตลาดพรีเมี่ยมในจังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี; 2564. อุบลราชธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}