{
    "content_title": "การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16922.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย\" นี้มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์ในพื้นที่บ้านคลองมะละกอ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยนำเทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ งานวิจัยได้เลือกพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูง 5 ชนิด ได้แก่ บร็อคโคลี กะหล่ำปลี มะเขือเทศราชินี คะน้า และเคล เป็นต้นแบบในการทดลอง จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเน้นความยั่งยืนทั้งในด้านการอนุรักษ์น้ำและการเพิ่มผลผลิต การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างระบบอัตโนมัติ แต่ยังรวมถึงการศึกษาหาค่าความชื้นในดินที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด การกำหนดค่าความชื้นในดินที่เหมาะสมนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบการให้น้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสามารถลดปริมาณน้ำที่ใช้ลงได้ถึง 41-60% แสดงให้เห็นถึงการคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริง<\/p><p>นอกจากประสิทธิภาพในการใช้น้ำแล้ว งานวิจัยยังเน้นการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชผัก ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าระบบการให้น้ำอัจฉริยะสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึง 20-29% ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นถึง 20.20-55.77% การเพิ่มรายได้นี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการผลิตพืชผักอินทรีย์เชิงพาณิชย์ในชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ระยะเวลาการคืนทุนเพียง 1 ปี แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าและศักยภาพของเทคโนโลยีนี้<\/p><p>ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งของงานวิจัยนี้คือการมีส่วนร่วมของชุมชน การถ่ายทอดองค์ความรู้และการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรในชุมชน ทำให้เกษตรกรมีความสามารถในการติดตั้ง บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากระบบการให้น้ำอัจฉริยะได้อย่างอิสระ ความพึงพอใจของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นการสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป การสร้างเครือข่ายนี้เป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลงานวิจัยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างขึ้น และช่วยส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยสรุป งานวิจัยนี้ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะ แต่ยังประสบความสำเร็จในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรกร และสร้างต้นแบบที่ดีในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นๆ ได้<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม <\/strong>โดยเฉพาะ<strong>อุตสาหกรรมการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูง<\/strong> เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะที่สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพของพืชผักได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้กับการผลิตพืชผักหลากหลายชนิด และสามารถปรับใช้ได้กับ<strong>พื้นที่ที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ<\/strong> ดังนั้น อุตสาหกรรมการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูง จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการนำงานวิจัยนี้ไปใช้ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>เกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูง <\/strong>เหตุผลก็เพราะว่างานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เทคโนโลยีการให้น้ำอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นนั้น ใช้งานง่าย บำรุงรักษาง่าย และคุ้มค่าต่อการลงทุน นอกจากนี้ งานวิจัยยังเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถพัฒนาการผลิตพืชผักของตนเองให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน นอกจากเกษตรกรแล้ว งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับผู้ประกอบการด้านการเกษตร วิศวกร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ที่สามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาและต่อยอดได้อีกด้วย<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "140074",
        "Headname": "รศ.ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "กระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์",
            "การจัดการดินและน้้า",
            "เพิ่มรายได้เกษตรกร",
            "นวัตกรรมการเกษตร",
            "เกษตรแม่นย้า"
        ],
        "ProjectObjective": "1.เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านความรู้และพัฒนาระบบการให้น้ำ2.เพื่อเพิ่มศักยภาพและคุณภาพของสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้สามารถขายได้ในตลาดมูลค่าสูง โดยการมีส่วนร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย"
    },
    "apa": "รศ.ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์. (2564). การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สระแก้ว.",
    "chicago": "รศ.ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์. 2564. \"การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สระแก้ว.",
    "mla": "รศ.ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์. \"การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2564. สระแก้ว.",
    "vancouver": "รศ.ดร. ดุสิต อธินุวัฒน์. การพัฒนาเทคโนโลยีการให้น้ำแบบอัจฉริยะเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์มูลค่าสูงเชิงพาณิชย์แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนเกษตรกรรายย่อย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564. สระแก้ว.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}