{
    "content_title": "การจัดการผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยเพื่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16872.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ผ่านการนำนวัตกรรมเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมาใช้ในการจัดการผลผลิตทางการเกษตร โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากทุนท้าทายไทย โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการพัฒนาเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอเนกประสงค์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถบดย่อยวัสดุได้ปริมาณมาก (120-150 กก.\/ชั่วโมง) ลำเลียงวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ (200 กก.\/ชั่วโมง) และอัดเม็ดได้ถึง 250 กก.\/ชั่วโมง การออกแบบที่แยกส่วนอุปกรณ์ต่างๆ และมีชุดควบคุมอิสระ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและบำรุงรักษา นอกจากนี้ ยังเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ โดยการฝึกอบรมเกษตรกรเป้าหมายทั้งในด้านการใช้งาน การบำรุงรักษา และการแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักการ Train the Trainer เพื่อสร้างวิทยากรในพื้นที่ ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในกลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง<\/p><p>การวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตปุ๋ยอัดเม็ด ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำ (2.61 บาท\/กก.วัตถุดิบ, 0.5 บาท\/กก.ค่าแรง, 0.5 บาท\/กก.ค่าไฟ, 0.167 บาท\/กก.ค่าบรรจุภัณฑ์) และราคาจำหน่ายที่สูง (10 บาท\/กก.) ทำให้ได้กำไรสุทธิสูงถึง 4.58 บาท\/กก. การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนแสดงให้เห็นว่า เครื่องจักรนี้จะคืนทุนภายในระยะเวลาอันสั้น (0.32 ปี) หากสามารถผลิตปุ๋ยได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์นี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานการผลิต 90,000 กิโลกรัมต่อปี หากปริมาณการผลิตน้อยกว่า ระยะเวลาคืนทุนก็จะยาวนานขึ้น (เช่น 7.78 ปี หากผลิต 4,274.90 กก.\/ปี) ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนการตลาดและการสร้างความต้องการปุ๋ยอัดเม็ดในพื้นที่<\/p><p>นอกจากนี้ งานวิจัยยังระบุถึงข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เช่น ความต้องการวิทยากรเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มมูลค่าปุ๋ยและพัฒนาสูตรปุ๋ยใหม่ๆ รวมถึงการติดตามการดำเนินงานหลังการอบรม และการให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเครื่องจักรในระยะยาว ข้อเสนอแนะเหล่านี้สำคัญต่อการประสบความสำเร็จของโครงการ และการสร้างความยั่งยืนในการใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ย การพิจารณาข้อเสนอแนะเหล่านี้จะช่วยให้การใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมีประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรในระยะยาว รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างแท้จริง การประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรที่อยู่ในระดับมาก บ่งชี้ถึงความสำเร็จเบื้องต้นของโครงการ แต่การติดตามผลและการให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีความสำคัญต่อการสร้างผลกระทบในระยะยาว การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับ<strong>อุตสาหกรรมการเกษตร<\/strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ<strong>ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์<\/strong> เนื่องจากงานวิจัยนี้พัฒนาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตปุ๋ยอัดเม็ดที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพปุ๋ย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กิ่งไม้ ท่อนไม้ เพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ยอัดเม็ด ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการเกษตรยังมาจากการเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ เครื่องจักรที่พัฒนาขึ้นยังมีความยืดหยุ่น สามารถปรับใช้กับวัตถุดิบและความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้ ทำให้เหมาะสมกับความหลากหลายของสภาพแวดล้อมและพืชผลทางการเกษตรในประเทศไทย<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>เกษตรกร ผู้ประกอบการด้านการเกษตร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์<\/strong> เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยที่พัฒนาขึ้นช่วยลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร การอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องจักร ทำให้เกษตรกรสามารถใช้งานเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างรายได้เสริมจากการผลิตปุ๋ยอัดเม็ดเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนในธุรกิจการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องจักรที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูง จะช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร งานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอด พัฒนา และปรับปรุงเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "133696",
        "Headname": "นายณัฐพล ภูมิสะอาด",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยมหาสารคาม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เครื่องอัดเม็ด",
            "ปุ๋ย"
        ],
        "ProjectObjective": "พัฒนานวัตกรรมเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอเนกประสงค์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดคุณภาพสูง"
    },
    "apa": "นายณัฐพล ภูมิสะอาด. (2564). การจัดการผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยเพื่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. เชียงใหม่, พิจิตร, สุพรรณบุรี, อุตรดิตถ์.",
    "chicago": "นายณัฐพล ภูมิสะอาด. 2564. \"การจัดการผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยเพื่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. เชียงใหม่, พิจิตร, สุพรรณบุรี, อุตรดิตถ์.",
    "mla": "นายณัฐพล ภูมิสะอาด. \"การจัดการผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยเพื่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2564. เชียงใหม่, พิจิตร, สุพรรณบุรี, อุตรดิตถ์.",
    "vancouver": "นายณัฐพล ภูมิสะอาด. การจัดการผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยเพื่อการพัฒนาชุมชนเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2564. เชียงใหม่, พิจิตร, สุพรรณบุรี, อุตรดิตถ์.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}