{
    "content_title": "การพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม “MagikTuch” สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16849.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและขยายผลนวัตกรรม &quot;MagikTuch&quot; ระบบลิฟต์ไร้สัมผัส เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโรคผ่านการสัมผัสปุ่มกดลิฟต์ในพื้นที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน  เป็นการตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในยุคหลังการระบาดของโควิด-19  และยังคงมีความสำคัญต่อการป้องกันโรคติดต่ออื่นๆ ในอนาคต  การวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงประสิทธิภาพของ MagikTuch  การทดสอบการใช้งานในวงกว้างในสถานที่จริง  การเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของผู้ใช้งาน และการนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงนวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้น<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้ คือ การนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถติดตั้งกับระบบลิฟต์เดิมได้โดยไม่ต้องดัดแปลงระบบเดิม  จึงช่วยลดต้นทุนและเวลาในการติดตั้ง  MagikTuch ใช้งานง่าย  เพียงใช้มือบังหน้าปุ่มเลขชั้นที่ต้องการ  ระบบเซนเซอร์จะตรวจจับและสั่งการโดยอัตโนมัติ  ซึ่งช่วยลดการสัมผัส  ลดการแพร่กระจายเชื้อโรค  และยังช่วยประหยัดพลังงานจากการสั่งการที่ผิดพลาด  การออกแบบที่รองรับทั้งระบบไฟฟ้ากระแสสลับและกระแสตรง  รวมถึงความสามารถในการปรับแต่งให้เหมาะสมกับจำนวนชั้นของอาคารต่างๆ  แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมในการใช้งานในสถานที่หลากหลาย<\/p>\n<p>การทดสอบการใช้งานในสถานที่จริง 12 ชุด ในสถานที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน เช่น โรงพยาบาลชั้นนำ  ศูนย์ราชการ และทำเนียบรัฐบาล  เป็นข้อดีที่ช่วยให้ได้ข้อมูลการใช้งานจริงที่ครอบคลุม  และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนวัตกรรม  การเก็บรวบรวมความคิดเห็นของผู้ใช้งานจะช่วยปรับปรุง MagikTuch ให้ดียิ่งขึ้น  ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง  การเลือกสถานที่ทดสอบที่หลากหลาย ช่วยให้เห็นภาพการใช้งานในสถานการณ์จริงที่แตกต่างกัน  และสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของ MagikTuch ได้อย่างรอบด้าน<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังอาจมีข้อจำกัด  เช่น  การศึกษาอาจไม่ครอบคลุมถึงทุกสถานการณ์การใช้งาน  หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของ MagikTuch ที่ยังไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา  เช่น  สภาพแวดล้อมที่อาจรบกวนการทำงานของเซนเซอร์  หรือพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน  การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความทนทาน  อายุการใช้งาน และต้นทุนการบำรุงรักษาของ MagikTuch ก็มีความสำคัญ  เพื่อให้สามารถประเมินความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในวงกว้างได้อย่างครบถ้วน  นอกจากนี้ การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและการกำจัด MagikTuch  ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ควรพิจารณา<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมลิฟต์  อุตสาหกรรมการก่อสร้าง  อุตสาหกรรมเทคโนโลยี  และอุตสาหกรรมสุขภาพ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมลิฟต์:<\/strong>  MagikTuch เป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปติดตั้งกับระบบลิฟต์เดิมได้โดยตรง  จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตและผู้ติดตั้งลิฟต์  ช่วยขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเพิ่มมาตรฐานด้านสุขอนามัย<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการก่อสร้าง:<\/strong>  การติดตั้ง MagikTuch ในอาคารใหม่หรืออาคารที่กำลังปรับปรุง  จะช่วยเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยให้กับอาคาร  ดึงดูดผู้เช่าหรือผู้ซื้อ  และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขอนามัยของสังคม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยี:<\/strong>  MagikTuch ใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์และระบบควบคุมอัตโนมัติ  จึงเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน  และมีโอกาสพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนี้ไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสุขภาพ:<\/strong>  ในสถานพยาบาล  การลดการสัมผัสพื้นผิวที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคมีความสำคัญอย่างยิ่ง  MagikTuch จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ป่วย  เจ้าหน้าที่ และผู้มาเยี่ยม<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับวิศวกร  นักวิทยาศาสตร์  นักออกแบบ  ผู้ประกอบการ  และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>วิศวกร:<\/strong>  สามารถนำความรู้และทักษะด้านวิศวกรรมมาพัฒนาและปรับปรุง MagikTuch ให้ดียิ่งขึ้น  หรือออกแบบระบบการติดตั้งที่เหมาะสมกับสถานที่ต่างๆ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิทยาศาสตร์:<\/strong>  สามารถทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์และระบบควบคุมอัตโนมัติที่ใช้ใน MagikTuch ให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักออกแบบ:<\/strong>  สามารถออกแบบ MagikTuch ให้มีความสวยงาม  ใช้งานง่าย  และเหมาะสมกับการใช้งานในสถานที่ต่างๆ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ:<\/strong>  สามารถนำ MagikTuch ไปต่อยอดธุรกิจ  หรือจัดจำหน่ายให้กับลูกค้า  สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร:<\/strong>  สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน  การวางแผน  และการจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับ MagikTuch<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "129603",
        "Headname": "ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา",
            "2019",
            "(COVID-19)",
            "ระบบลิฟต์ไร้สัมผัส",
            "MagikTuch",
            "การติดต่อจากการสัมผัส"
        ],
        "ProjectObjective": "1. วิจัยพัฒนาเพิ่มประสิทธิิภาพและคุณสมบัติของนวัตกรรมระบบลิฟต์ไร้สัมผัส MagikTuch ให้มีการนำไปขยายผลทดสอบการใช้งานในวงกว้างขึ้น เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก จำนวน 12 ชุด* โดยออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมและสวยงามสำหรับการติดตั้งใช้งานในแต่ละสถานที่ของภาครัฐ หรือ หน่วยงานที่มีจำนวนผู้ใช้บริการจำนวนมาก เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์ราชการ และทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น2. ติดตั้ง ทดสอบ ติดตามผลการใช้งาน รวมถึง สำรวจความพึงพอใจและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานนวัตกรรมระบบลิฟต์ไร้สัมผัส MagikTuch ที่นำไปติดตั้งในสถานที่ ตามที่ระบุในข้อ 1) เพื่อนำมาปรับปรุงหรือเพิ่มเติมนวัตกรรมให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้นหมายเหตุ *1 ชุด ประกอบด้วยปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัสภายในลิฟต์โดยสาร สำหรับลิฟต์โดยสาร 1 ตัว และแผงปุ่มกดเรียกลิฟต์แบบไร้สัมผัสซึ่งติดตั้งไว้ทุกชั้นของอาคาร"
    },
    "apa": "ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม. (2564). การพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม “MagikTuch” สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.",
    "chicago": "ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม. 2564. \"การพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม “MagikTuch” สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.",
    "mla": "ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม. \"การพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม “MagikTuch” สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.",
    "vancouver": "ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม. การพัฒนาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม “MagikTuch” สำหรับแปลงระบบลิฟต์ทั่วไปให้เป็นระบบลิฟต์แบบไร้สัมผัส เพื่อบรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากการใช้ลิฟต์ในที่สาธารณะที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.); 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}