{
    "content_title": "การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15442.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO&quot; นี้ เป็นงานวิจัยเชิงผสมผสาน (Mixed Methods Research) ที่ครอบคลุมมิติต่างๆ อย่างละเอียดรอบด้าน  งานวิจัยได้ทำการศึกษาตลาดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในเชียงใหม่ โดยเฉพาะด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน  ซึ่งเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย<\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้ คือการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ  เริ่มจากการศึกษาสภาพตลาดปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต  โดยคำนึงถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  และการปรับตัวเข้าสู่ยุค New Normal  งานวิจัยได้จำแนกประเภทของหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในเชียงใหม่  รวมถึงการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนต่างๆ  แบ่งเป็นกลุ่มตามที่ตั้งและประเภทของหัตถกรรม  เช่น งานเครื่องปั้นดินเผา  งานผ้า  งานแกะสลัก  ฯลฯ  การจำแนกประเภทนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและสามารถวางแผนพัฒนาได้อย่างตรงจุด<\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม  โดยมีการสร้างแบบจำลอง CM CREATION Model เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน  และ CM - CF GAP Platform เพื่อสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยว  รวมถึงการเสนอแผนขับเคลื่อนการพัฒนา  แบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์หลัก  ประกอบด้วย กลยุทธ์ย่อยต่างๆ  เช่น การพัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรม  การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญา  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชน  การมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ชัดเจน  ทำให้สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ได้จริง  และการใช้หลักคิด &quot;อยู่รอด  อยู่ได้  อยู่ดี&quot; (Survivor, Standard, Sustainability)  เป็นกรอบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  สะท้อนถึงความยั่งยืนและความเข้าใจในบริบทของธุรกิจในระยะยาว<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยอาจมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น ขอบเขตการศึกษาอาจจำกัดเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่  การขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นอาจต้องมีการปรับเปลี่ยน  หรือรายละเอียดบางส่วนอาจต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม  เช่น การวิเคราะห์ความคุ้มทุน  หรือการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเจาะลึก  ถึงแม้จะมีการใช้ทั้งวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ  แต่การตีความผลการวิจัยอาจมีความหลากหลาย  ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้วิเคราะห์  แต่โดยรวมแล้ว  งานวิจัยชิ้นนี้มีความครบถ้วน  ครอบคลุม  และนำเสนอแนวทางการพัฒนาที่เป็นประโยชน์  สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดเชียงใหม่  และอาจเป็นต้นแบบสำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่มีความสนใจในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง <strong>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism)<\/strong> และ <strong>อุตสาหกรรมหัตถกรรมและงานฝีมือ<\/strong>  เหตุผลประกอบด้วย:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>การวิเคราะห์ตลาด:<\/strong>  งานวิจัยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดการท่องเที่ยวในเชียงใหม่  โดยเฉพาะด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน  ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้  เช่น  สถานการณ์หลังโควิด-19<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์:<\/strong>  งานวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรม  ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  และการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม  เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์  ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหัตถกรรม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การสร้างเครือข่าย:<\/strong>  งานวิจัยเน้นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่าย  ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการหัตถกรรม  และเครือข่ายการท่องเที่ยวประเภทอื่นๆ  เพื่อสร้างความร่วมมือ  และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์:<\/strong>  งานวิจัยเสนอแผนขับเคลื่อนการพัฒนา  ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์  สำหรับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในระยะยาว<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลในหลายอาชีพ  อาทิเช่น:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว:<\/strong>  ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยตรง  หรือที่เกี่ยวข้องกับการจัดทัวร์  โรงแรม  ร้านอาหาร  และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง  สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงบริการ  และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ช่างฝีมือและผู้ประกอบการหัตถกรรม:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด  และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์  ไปใช้ในการพัฒนาฝีมือ  ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่  และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตนเอง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวางแผนการท่องเที่ยวและนักวิจัย:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้เป็นกรอบในการศึกษา  วิเคราะห์  และวางแผนการท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ  หรือในด้านอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้อง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการวางแผน  และกำหนดนโยบาย  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดเชียงใหม่  และพื้นที่อื่นๆ  ต่อไป<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7300",
        "Headname": "นางสาววรลัญจก์ บุณยสุรัตน์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เมืองสร้างสรรค์",
            "เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์",
            "หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน",
            "การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม",
            "การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์",
            "การท่องเที่ยว",
            "จังหวัดเชียงใหม่"
        ],
        "ProjectObjective": "1) การตลาดการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในอดีตเป็นอย่างไร สภาพการณ์ แนวโน้มการตลาด ทิศทาง ความนิยม รูปแบบและภาพอนาคตของการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) 2) แนวทางในการพัฒนาศักยภาพชุมชนหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ต่อการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO เพื่อรองรับด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร 3) พัฒนางานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ต่อการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO เพื่อรองรับด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร 4) เครือข่ายการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ควรเป็นเครือข่ายในลักษณะไหน โครงสร้างเป็นอย่างไร จะประกอบด้วยหน่วยงานใดบ้าง มีกลไกการดำเนินงานอย่างไร มีการบริหารจัดการอย่างไร และมีระบบการประสานงานกับเครือข่ายการท่องเที่ยวประเภทอื่นอย่างไร 5) แผนขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์กร UNESCO เป็นอย่างไร มีการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค ตลอดจนความเสี่ยงของการท่องเที่ยวเป็นอย่างไร มียุทธศาสตร์กี่ด้าน มีแผนงาน\/โครงการ\/กิจกรรมอย่างไรบ้าง มีกลไก กระบวนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ และปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างไร การติดตามและประเมินผลเป็นอย่างไร 6) แนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ฐานชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ควรจะเป็นอย่างไร"
    },
    "apa": "นางสาววรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. (2563). การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.",
    "chicago": "นางสาววรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. 2563. \"การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่.",
    "mla": "นางสาววรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. \"การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2563. เชียงใหม่.",
    "vancouver": "นางสาววรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. การพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การ UNESCO. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2563. เชียงใหม่.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}