{
    "content_title": "ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17064.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา\" มุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการสอนและระบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยอาศัยแนวคิดสะเต็มศึกษาเป็นฐาน งานวิจัยนี้มีจุดแข็งหลายประการ เริ่มจากการตระหนักถึงความสำคัญของทักษะความคิดสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบันที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การที่งานวิจัยนี้เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และความพยายามที่จะส่งเสริมคุณภาพการศึกษาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อาจได้รับโอกาสน้อยกว่า<\/p><p>กระบวนการวิจัยและพัฒนาที่แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ การทดลองใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผล แสดงให้เห็นถึงความเป็นระบบและความรอบคอบในการดำเนินงานวิจัย การใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบการสอน แบบประเมินระบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบวัดทักษะความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้การเก็บรวบรวมข้อมูลมีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การวิเคราะห์สรุปอุปนัย และสถิติทดสอบค่าที (t-test for dependent) ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ<\/p><p>ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบและ 7 ขั้นตอน ซึ่งครอบคลุมกระบวนการคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการระบุปัญหา การค้นหาข้อมูล การออกแบบ การสร้างต้นแบบ การสื่อสารผลลัพธ์ การทบทวน และการเผยแพร่ ระบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ จุดมุ่งหมาย กิจกรรม และการประเมินผล โดยกิจกรรมการเรียนการสอนใช้รูปแบบการสอนสะเต็มศึกษา 7 ขั้นตอน ร่วมกับชุดกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมตึกระฟ้า กิจกรรมเรือกู้ภัย กิจกรรมกังหันมหัศจรรย์ และกิจกรรมเจลลี่แสนอร่อย การที่นักเรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาความคิดคล่องแคล่วในนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็ก<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น กลุ่มตัวอย่างอาจมีขนาดเล็ก และจำกัดเฉพาะโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถนำไปสรุปหรือขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ได้อย่างทั่วไป การศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายขึ้น ทั้งในด้านขนาดโรงเรียน ภูมิภาค และระดับชั้นเรียน จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของผลการวิจัยได้มากขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เน้นนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เช่น <strong>อุตสาหกรรมการศึกษา อุตสาหกรรมเกมและสื่อบันเทิง อุตสาหกรรมออกแบบและสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี <\/strong>เหตุผลก็เพราะว่า ผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้ ได้แก่ รูปแบบการสอนและระบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรม หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น <strong>ครู อาจารย์ นักการศึกษา และผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาหลักสูตร<\/strong> นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอาชีพที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ เช่น นักออกแบบ นักประดิษฐ์ นักเขียน ศิลปิน วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์ เนื่องจากรูปแบบการสอนและระบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือการพัฒนาศักยภาพในการทำงาน โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "176869",
        "Headname": "นายอิสรา พลนงค์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ระบบการจัดการเรียนรู้",
            "ทักษะความคิดสร้างสรรค์",
            "โรงเรียนขนาดเล็ก"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนตามแนวสะตีมศึกษาสำหรับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา2.เพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้สำหรับครูเพื่อเสริมสร้างทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก"
    },
    "apa": "นายอิสรา พลนงค์. (2564). ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. นครราชสีมา.",
    "chicago": "นายอิสรา พลนงค์. 2564. \"ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา\". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. นครราชสีมา.",
    "mla": "นายอิสรา พลนงค์. \"ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา\". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2564. นครราชสีมา.",
    "vancouver": "นายอิสรา พลนงค์. ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา; 2564. นครราชสีมา.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}