{
    "content_title": "รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16703.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์”  มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็กปฐมวัย โดยอาศัยแนวคิดทักษะสมอง EF (Executive Functions)  ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการควบคุมตนเอง การวางแผน และการแก้ปัญหา  งานวิจัยนี้มีความน่าสนใจและมีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยิ่ง เนื่องจากความฉลาดในการตัดสินใจเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตและการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต  การเลือกจังหวัดนครสวรรค์เป็นพื้นที่ศึกษาช่วยให้เห็นภาพปัญหาและความต้องการเฉพาะของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การบูรณาการองค์ความรู้จากหลายด้าน  เริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัยในพื้นที่  โดยพบว่าอุบัติเหตุจากการโดยสารรถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุหลัก  ข้อมูลนี้ช่วยให้การพัฒนานวัตกรรมมีเป้าหมายที่ชัดเจนและตรงกับความต้องการของชุมชน  การใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods)  โดยใช้ทั้งแบบสอบถาม การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และเครื่องมือวัด  ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและมีมุมมองที่หลากหลาย  ทั้งจากครู ผู้ปกครอง และเด็กเอง  การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติที่เหมาะสม  เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และการทดสอบที  ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของผลการวิจัย<\/p>\n<p>นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับทั้งครูและผู้ปกครอง  ซึ่งเน้นการพัฒนาทักษะสมอง EF ของเด็ก  หลักสูตรนี้มีเนื้อหาครอบคลุมและเป็นระบบ  โดยแบ่งเป็น 9 หน่วย  รวมเวลา 12 ชั่วโมง  นอกจากนี้  ยังมีการพัฒนาแบบวัดความฉลาดในการตัดสินใจของเด็กปฐมวัย  ซึ่งมีคุณสมบัติทางสถิติที่ดี  เช่น ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่น  การนำนวัตกรรมไปทดลองใช้ในโรงเรียนเป้าหมาย  และการวิเคราะห์ผลการทดลอง  แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของนวัตกรรม  โดยพบว่าครูและผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น  และเด็กปฐมวัยมีคะแนนความฉลาดในการตัดสินใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  รวมถึงจำนวนเด็กที่สวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น  และจำนวนอุบัติเหตุลดลง  สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสำเร็จของนวัตกรรมในการบรรลุวัตถุประสงค์<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นโรงเรียนในเทศบาลนครนครสวรรค์  อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถนำไปสรุปได้ทั่วประเทศ  การติดตามผลระยะยาวหลังจากการทดลองใช้นวัตกรรม  อาจช่วยให้เห็นภาพความยั่งยืนของผลลัพธ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  นอกจากนี้  การขยายผลการวิจัยไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ  เช่น เด็กปฐมวัยในพื้นที่ชนบท  หรือการปรับปรุงนวัตกรรมให้เหมาะสมกับกลุ่มเด็กที่มีความแตกต่างกัน  จะเป็นการต่อยอดงานวิจัยนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับ <strong>อุตสาหกรรมการศึกษา<\/strong>  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมครู และสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย  เหตุผลสำคัญคือ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้  สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็กปฐมวัยได้  นอกจากนี้  ยังสามารถนำไปปรับใช้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ <strong>อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าสำหรับเด็ก<\/strong>  เช่น  การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมอง EF  หรือการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับบุคคลากรในหลายอาชีพ  ได้แก่  <strong>ครูผู้สอนระดับปฐมวัย<\/strong>  เนื่องจากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้โดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายนี้  <strong>นักจิตวิทยาเด็ก<\/strong> สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการประเมินและพัฒนาเด็กที่มีปัญหาการตัดสินใจ  <strong>นักพัฒนาหลักสูตร<\/strong> สามารถนำนวัตกรรมเป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะสมอง EF  <strong>นักวิจัย<\/strong> สามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยเชิงลึกต่อไป  และ <strong>ผู้ปกครอง<\/strong> สามารถนำความรู้จากหลักสูตรผู้ปกครองไปใช้ในการช่วยพัฒนาเด็กได้  รวมถึง <strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข<\/strong> ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุในเด็ก  สามารถนำข้อมูลเรื่องอุบัติเหตุและการแก้ไขปัญหาไปใช้ในการวางแผนและดำเนินงานได้<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "122747",
        "Headname": "นางอนงค์นารถ ยิ้มช้าง",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [],
        "ProjectObjective": "1.เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจ ของเด็ก2.เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัยในจังหวัดนครสวรรค์ 3.เพื่อประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการ ตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัยในจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    "apa": "นางอนงค์นารถ ยิ้มช้าง. (2564). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.  .",
    "chicago": "นางอนงค์นารถ ยิ้มช้าง. 2564. \"รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์\". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.  .",
    "mla": "นางอนงค์นารถ ยิ้มช้าง. \"รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์\". มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 2564.  .",
    "vancouver": "นางอนงค์นารถ ยิ้มช้าง. รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างความฉลาดในการตัดสินใจของเด็ก สำหรับครูปฐมวัย ในจังหวัดนครสวรรค์. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์; 2564.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}