{
    "content_title": "นวัตกรรมการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล จากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15335.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล (2,3-BD) ซึ่งเป็นสารประกอบสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือก  โดยใช้วัตถุดิบจากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ ฟางข้าวและขนสัตว์ (ขนไก่\/ขนหมู)  ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียเหล่านี้ไปพร้อมๆกัน  งานวิจัยนี้ครอบคลุมหลายขั้นตอนตั้งแต่การปรับสภาพวัตถุดิบ การย่อยสลายด้วยเอนไซม์ไปจนถึงกระบวนการหมักเพื่อผลิต 2,3-BD  และยังรวมถึงการพัฒนาเอนไซม์ใหม่ๆ  โดยเฉพาะเอนไซม์ ferulic decarboxylase (FDC) เพื่อใช้ในการผลิตสารประกอบอัลคีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตน้ำมันอากาศยาน  <\/p>\n<p><strong>การปรับสภาพวัตถุดิบ:<\/strong>  งานวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการปรับสภาพฟางข้าวด้วยสารละลายด่าง (NaOH) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายโดยเอนไซม์  เช่นเดียวกับการปรับสภาพขนสัตว์โดยใช้ NaOH  วิธีการเหล่านี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับการย่อยสลายโดยเอนไซม์  นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการปรับสภาพแกลบข้าวด้วย Na2CO3 และการแยกสารประกอบฟีนอลิกออก  ซึ่งสารที่แยกได้ เช่น ferulic acid และ p-coumaric acid สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผงซิลิกาที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่น่าสนใจ<\/p>\n<p><strong>การย่อยสลายด้วยเอนไซม์:<\/strong>  งานวิจัยได้เน้นการพัฒนาเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายทั้งฟางข้าวและขนสัตว์  การใช้เอนไซม์เซลลูเลสคอมเพล็กซ์และไซแลนเนสในการย่อยฟางข้าว ทำให้ได้น้ำตาลในปริมาณสูง  สำหรับขนสัตว์  ใช้เอนไซม์เคราติเนสในการย่อยสลาย  ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญในการนำของเสียทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  นอกจากนี้ การพัฒนาเอนไซม์ FDC  ซึ่งสามารถเปลี่ยนกรดซินนามิก กรดเฟอรูลิก และกรด p-coumaric ไปเป็นสารประกอบอัลคีน  เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสารตั้งต้นสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันอากาศยาน  <\/p>\n<p><strong>กระบวนการหมัก:<\/strong>  งานวิจัยได้พัฒนากระบวนการหมักโดยใช้เชื้อ K. oxytoca KMS006  เพื่อผลิต 2,3-BD จากสารย่อยสลายทั้งฟางข้าวและขนสัตว์  การเปรียบเทียบระหว่างกระบวนการหมักแบบกะและแบบกึ่งกะ  รวมถึงการเพิ่มสารย่อยขนสัตว์เข้าไปในอาหารเลี้ยงเชื้อ  แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต 2,3-BD  การเพิ่มสารย่อยขนสัตว์ทำให้ได้อัตราการผลิตสูงขึ้นถึง 11.7%  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการนำของเสียทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<p><strong>ความสำคัญของงานวิจัย:<\/strong>  งานวิจัยนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืน  โดยการใช้ขยะทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบหลัก  การพัฒนาเอนไซม์ใหม่ๆ  และการปรับปรุงกระบวนการหมัก  ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการผลิต  นอกจากนี้  ยังมีการวางแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม  ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศ  รวมถึงการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการจัดการขยะทางการเกษตร  งานวิจัยนี้จึงเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและมีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท  โดยเฉพาะ:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ:<\/strong>  ผลลัพธ์จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการผลิต 2,3-BD  ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือก  สามารถนำไปใช้ในเครื่องยนต์ได้โดยตรงหรือดัดแปลงเล็กน้อย  ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยแก้ปัญหาการจัดการฟางข้าวและขนสัตว์ ซึ่งเป็นของเสียทางการเกษตร  โดยการแปรรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ  สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร และลดมลภาวะจากการเผาไหม้ฟางข้าว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ (Bio-based chemical industry):<\/strong>  สารประกอบต่างๆ ที่ได้จากการสกัดจากแกลบข้าว เช่น  ferulic acid และ p-coumaric acid  สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี  และสารประกอบอัลคีนที่ได้จากเอนไซม์ FDC สามารถนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารเคมีอื่นๆ ได้อีกมากมาย<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการบิน:<\/strong>  สารประกอบอัลคีนที่ได้จากเอนไซม์ FDC มีศักยภาพในการใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตน้ำมันอากาศยาน  ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีความรู้และทักษะในหลายสาขาอาชีพ  เช่น:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยทางด้านชีววิทยา:<\/strong>  ผู้เชี่ยวชาญในการศึกษาและพัฒนาเอนไซม์  จุลินทรีย์  และกระบวนการหมัก  สามารถนำความรู้และทักษะมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต 2,3-BD<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรเคมี:<\/strong>  ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในการออกแบบและควบคุมกระบวนการทางเคมี  สามารถนำความรู้มาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต  และการออกแบบโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิทยาศาสตร์การอาหาร:<\/strong>  ผู้เชี่ยวชาญในการแปรรูปและการจัดการวัตถุดิบทางการเกษตร  สามารถนำความรู้มาใช้ในการปรับสภาพวัตถุดิบ  และการออกแบบสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อในกระบวนการหมัก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong>  สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการฟางข้าวและขนสัตว์  เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร  และสร้างรายได้เพิ่ม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ:<\/strong>  สามารถนำเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการสร้างธุรกิจ  ผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ  หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้จากการแปรรูปขยะทางการเกษตร<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h2><\/h2>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7158",
        "Headname": "รศ.ดร. เขมวิทย์ จันต๊ะมา",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "2",
            "3-บิวเทนไดออล;",
            "เชื้อเพลิงชีวภาพ;",
            "ของเสียการเกษตร;",
            "ฟางข้าว;",
            "ขนสัตว์"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษาและประเมินวิธีการจัดการฟางข้าวของเกษตรปัจจุบันเพื่อสร้างองค์ความรู้และกระตุ้นความตระหนักถึงการจัดการฟางข้าวจากการผลิตข้าวเพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการสร้างรายได้เพิ่มจากการเปลี่ยนฟางข้าวให้พร้อมใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพโดยเฉพาะการผลิต 2,3-BD เพื่อหากระบวนการที่เหมาะสมในการปรับสภาพฟางข้าวหลากหลายสายพันธุ์ในประเทศไทย และพัฒนาเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยฟางข้าวเพื่อให้ได้น้ำตาลป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต 2,3-BD โดยหวังให้เอนไซม์ที่พัฒนาขึ้นสามารถลดหรือทดแทนการนำเข้าเอนไซม์ทางการค้าจากต่างประเทศ เพื่อใช้เทคนิควิศวกรรมโปรตีน และวิศวกรรมเมทาบอลิกในการพัฒนาเอนไซม์เฉพาะที่สามารถเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นสารประกอบแอลคีนที่ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน เพื่อพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่สามารถสร้างเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายขนสัตว์เช่นขนไก่หรือขนหมูที่เป็นของเสียหลักจากอุสาหกรรมทางการเกษตร รวมถึงการทำพันธุวิศวกรรม และวิศวกรรมโปรตีน เพื่อได้จุลินทรีย์ และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพในการสลายขนสัตว์ และสามารถนำสารย่อยขนสัตว์มาใช้เป็นแหล่งไนโตรเจนในสูตรอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ระหว่างกระบวนการผลิต 2,3-BD จากสารชีวมวล เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต 2,3-BD ด้วยเชื้อ K. oxytoca KMS006 จากสารย่อยฟางข้าวร่วมกับสารย่อยจากขนสัตว์ที่มีประสิทธิภาพด้วยเอนไซม์และกระบวนการที่ได้จากวัตถุประสงค์ข้อ 6.2 และ 6.4 ให้ได้ความเข้มข้น ผลผลิต ผลิตผลสูง สามารถแข่งขันเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดใหม่ได้ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นกับงานวิจัยสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพที่สนใจ"
    },
    "apa": "รศ.ดร. เขมวิทย์ จันต๊ะมา. (2563). นวัตกรรมการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล จากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา.",
    "chicago": "รศ.ดร. เขมวิทย์ จันต๊ะมา. 2563. \"นวัตกรรมการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล จากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา.",
    "mla": "รศ.ดร. เขมวิทย์ จันต๊ะมา. \"นวัตกรรมการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล จากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, 2563. นครราชสีมา.",
    "vancouver": "รศ.ดร. เขมวิทย์ จันต๊ะมา. นวัตกรรมการผลิต 2,3-บิวเทนไดออล จากขยะทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกใหม่. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี; 2563. นครราชสีมา.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}