{
    "content_title": "การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16831.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี” มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนโดยใช้ระบบวนเกษตรเป็นฐาน งานวิจัยได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการทบทวนองค์ความรู้เดิมเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรในระบบวนเกษตร จากนั้นจึงมุ่งเน้นการพัฒนาการจัดการห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถแข่งขันได้และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน<\/p><p>วิธีการวิจัยใช้ทั้งวิธีเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเข้มข้น เช่น การจัดเวทีประชุมกลุ่มย่อย สัมภาษณ์เชิงลึก การระดมความคิดเห็น และการอบรมเชิงปฏิบัติการ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของชุมชนและความต้องการของผู้มีส่วนร่วม การเลือกกลุ่มตัวอย่างอย่างเจาะจงจากสมาชิกกลุ่มเครือข่ายวนเกษตรและกลุ่มผู้สูงอายุ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ตรงประเด็นและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย การทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดเวทีถอดบทเรียน ช่วยให้กระบวนการพัฒนามีประสิทธิภาพและสามารถปรับปรุงแก้ไขได้อย่างทันท่วงที<\/p><p>ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างกิจกรรมสร้างรายได้บนฐานระบบนิเวศ โดยเน้นการใช้ทุนทรัพยากรที่มีอยู่และองค์ความรู้เดิมของชุมชนเป็นพื้นฐาน การเลือกผลิตภัณฑ์ “ดินพร้อมปลูก” และ “ปุ๋ยมูลช้าง” เป็นผลิตภัณฑ์หลัก สะท้อนถึงความเหมาะสมกับทรัพยากรในพื้นที่และความสามารถในการเข้าถึงของชุมชน กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบคุณภาพ การอบรมด้านธุรกิจและการตลาด การพัฒนาตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ จนถึงการสร้างช่องทางการตลาด แสดงให้เห็นถึงความครบถ้วนของกระบวนการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า<\/p><p>อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัด เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ที่ยังไม่ชัดเจนในช่วงเริ่มต้นโครงการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโครงการพัฒนาที่ต้องการระยะเวลาในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน แต่ประโยชน์ที่ชัดเจนคือการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในระยะยาว งานวิจัยนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของชุมชน แต่ควรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินผลกระทบในระยะยาวและปรับปรุงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง<\/p><p>งานวิจัยนี้มีข้อดีคือการใช้ participatory approach ซึ่งทำให้ผลงานมีความถูกต้องและยั่งยืน เพราะเกิดจากความร่วมมือของชุมชนเอง แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ผลลัพธ์อาจไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกพื้นที่ เนื่องจากเงื่อนไขทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากร และวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนมีความแตกต่างกัน จึงควรมีการปรับปรุงและดัดแปลงให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ <strong>อุตสาหกรรมการแปรรูป<\/strong>ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะงานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรธรรมชาติในระบบวนเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้อย่างดินปลูกและปุ๋ยมูลช้างสามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมการแปรรูปได้ เช่น การผลิตอาหารหรือเครื่องสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ นอกจากนี้ ระบบวนเกษตรที่สวยงามและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เกิดขึ้น ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้จากภาคบริการได้อีกด้วย<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร <strong>ผู้ประกอบการ SME นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน <\/strong>เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้และกระบวนการในงานวิจัยไปปรับใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของตนเอง ผู้ประกอบการ SME สามารถนำไปสร้างธุรกิจใหม่ หรือขยายธุรกิจที่มีอยู่ นักวิชาการสามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นฐานในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และเจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "126540",
        "Headname": "ผศ.ดร. จีรนันท์ เขิมขันธ์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ห่วงโซ่คุณค่า",
            "ความเหลื่อมล้ำ",
            "เศรษฐกิจฐานราก"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อศึกษาทบทวน องค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทรัพยากรในระบบวนเกษตรของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี2) เพื่อพัฒนาการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี3) เพื่อศึกษาการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของกลุ่มผู้สูงอายุ และการสร้างเศรษฐกิจฐานรากจากการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. จีรนันท์ เขิมขันธ์. (2564). การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. จันทบุรี.",
    "chicago": "ผศ.ดร. จีรนันท์ เขิมขันธ์. 2564. \"การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี\". สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. จันทบุรี.",
    "mla": "ผศ.ดร. จีรนันท์ เขิมขันธ์. \"การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี\". สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, 2564. จันทบุรี.",
    "vancouver": "ผศ.ดร. จีรนันท์ เขิมขันธ์. การพัฒนาศักยภาพการจัดการห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายวนเกษตรตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง; 2564. จันทบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}