{
    "content_title": "การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16593.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต&quot; นี้เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงไหมอีรี่ในประเทศไทย  โดยใช้เครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต  งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Multi-phase mixed method research)  โดยใช้ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์กลุ่มย่อย (Focus Group) และข้อมูลเชิงปริมาณจากการประเมินความพึงพอใจ  ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านประสิทธิภาพของเครื่องมือและความพึงพอใจของผู้ใช้งาน<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการความรู้จากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน  เริ่มจากการรับฟังความต้องการของเครือข่ายกลุ่มเลี้ยงไหมอีรี่จังหวัดสระแก้ว  นำมาพัฒนาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีใหม่จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในการสร้างเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ  ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเท่านั้น แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเส้นไหมอีรี่  คือความเรียบเหนียว แข็งแรง และรอยนูน ตะปุ่มตะป่ำเล็กน้อย  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้บริโภคชื่นชอบ  การออกแบบเครื่องและระบบกลไกการทำงานร่วมกับโปรแกรมอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับคุณลักษณะของไหมอีรี่  แสดงให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบและความเข้าใจในรายละเอียดของกระบวนการผลิต<\/p>\n<p>นอกจากการพัฒนาเครื่องจักรแล้ว  งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแก่ผู้เกี่ยวข้อง  โดยมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการถึง 3 ครั้ง  ครอบคลุมผู้เข้ารับการอบรมกว่า 194 คนจากเครือข่ายผู้เลี้ยงใยไหมอีรี่ 3 จังหวัด  และอีก 181 คนจากคณาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์  แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเผยแพร่เทคโนโลยีอย่างทั่วถึง  การประเมินความพึงพอใจที่ได้ผลลัพธ์ระดับมากทั้งในกลุ่มผู้เลี้ยงไหมอีรี่และบุคลากรทางการศึกษา  ยืนยันถึงประสิทธิภาพของการถ่ายทอดความรู้และการยอมรับเทคโนโลยีใหม่  ยิ่งไปกว่านั้น  งานวิจัยยังขยายผลไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไหมอีรี่  เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ  แสดงถึงความครอบคลุมของงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาธุรกิจไหมอีรี่ครบวงจรอย่างแท้จริง<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังอาจมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น  การศึกษาอาจจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงไหมอีรี่ในพื้นที่เฉพาะ  อาจจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประเมินความสามารถในการปรับใช้เทคโนโลยีนี้ในพื้นที่อื่นๆ  หรือกลุ่มผู้เลี้ยงไหมอีรี่ที่มีขนาดและความพร้อมแตกต่างกัน  นอกจากนี้  ควรมีการติดตามผลระยะยาวเพื่อประเมินความยั่งยืนของการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติ  รวมถึงการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนอย่างละเอียดเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น  แต่โดยรวมแล้ว  งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมไหมอีรี่ของประเทศไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมสิ่งทอ<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการผลิตผ้าไหม  เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ที่มีคุณภาพสูง  โดยใช้เครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติที่เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต  ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในห่วงโซ่การผลิตผ้าไหม  นอกจากนี้  งานวิจัยยังส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไหมอีรี่  เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ  ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ต้องการนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง  อีกทั้งยังเหมาะสมกับ <strong>อุตสาหกรรมเกษตร<\/strong>  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการเลี้ยงไหม  เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไหม  ได้แก่  <strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่<\/strong>,  <strong>ผู้ประกอบการธุรกิจไหมอีรี่<\/strong>,  <strong>ช่างเทคนิคหรือวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงเครื่องจักร<\/strong>,  <strong>นักออกแบบและผู้ผลิตสินค้าจากผ้าไหม<\/strong>,  <strong>อาจารย์และนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์<\/strong>  งานวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มทักษะและความรู้เกี่ยวกับการผลิตเส้นไหมอีรี่  การใช้งานเครื่องจักร  และการพัฒนาผลิตภัณฑ์  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพและการสร้างรายได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกร  งานวิจัยช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต  ส่วนผู้ประกอบการ  งานวิจัยช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและขยายตลาด<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "109729",
        "Headname": "นางอิญพิศชญาจ์ สอาดเจริญ",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "สถาบันวิทยาลัยชุมชน",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การจัดการความรู้",
            "ไหมอีรี่",
            "เครื่องดึงเส้นไหม"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลิตเส้นไหมอีรี่ที่มีคุณภาพ โดยใช้เครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ2. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การจัดการและดูแลเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ3. เพื่อสร้างผู้ประกอบการด้านธุรกิจไหมอีรี่ครบวงจร"
    },
    "apa": "นางอิญพิศชญาจ์ สอาดเจริญ. (2564). การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต. สถาบันวิทยาลัยชุมชน. ขอนแก่น, ตาก, สระแก้ว.",
    "chicago": "นางอิญพิศชญาจ์ สอาดเจริญ. 2564. \"การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต\". สถาบันวิทยาลัยชุมชน. ขอนแก่น, ตาก, สระแก้ว.",
    "mla": "นางอิญพิศชญาจ์ สอาดเจริญ. \"การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต\". สถาบันวิทยาลัยชุมชน, 2564. ขอนแก่น, ตาก, สระแก้ว.",
    "vancouver": "นางอิญพิศชญาจ์ สอาดเจริญ. การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเส้นไหมอีรี่ด้วยเครื่องดึงเส้นไหมอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต. สถาบันวิทยาลัยชุมชน; 2564. ขอนแก่น, ตาก, สระแก้ว.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}