{
    "content_title": "การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16517.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2><p>งานวิจัยเรื่อง \"การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย\" นี้เป็นการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับอำนาจเหนือตลาดและพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในประเทศไทยอย่าง Lazada และ Shopee โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การใช้ข้อมูลปริมาณจากการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาสินค้าบนแพลตฟอร์มจำนวนมาก (10,080 ตัวอย่าง) ช่วยให้เห็นภาพการกระจุกตัวของตลาดและอำนาจเหนือตลาดได้อย่างชัดเจน การใช้วิธีการเชิงคุณภาพอย่างการสัมภาษณ์เชิงลึกและการจัดกลุ่มย่อยเสริมความเข้าใจในมิติเชิงลึกของพฤติกรรมของแพลตฟอร์มและมุมมองของผู้บริโภค<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้ดัชนีเชิงปริมาณอย่างดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ลเฮิร์ชแมนในการวัดความเข้มข้นของตลาด ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าแม้ Lazada และ Shopee จะมีการผูกขาดตลาดสูง แต่กลับไม่สามารถใช้อำนาจเหนือตลาดนี้สร้างกำไรได้อย่างเต็มที่ ตรงกันข้าม การรักษาอำนาจเหนือตลาดกลับต้องใช้เงินลงทุนและค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล นี่เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ เพราะมันบ่งชี้ว่าการแข่งขันในตลาดนี้รุนแรงกว่าที่คิด และการแข่งขันเชิงพลวัตทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ผู้ชนะได้ทุกสิ่ง” น้อยลง<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า Lazada และ Shopee ใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจเหนือตลาด โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และอัลกอริทึมในการจัดการผลการค้นหาสินค้า การจำกัดการมองเห็นสินค้าบางรายการ และการใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการขายและค่าขนส่ง กลยุทธ์เหล่านี้สามารถตีความได้ว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน เนื่องจากอาจทำให้ผู้ขายรายเล็กหรือรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จำกัดลง<\/p><p>ข้อเสนอแนะในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่งานวิจัยนำเสนอนั้น เน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลรายสาขาและการตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นี่เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล เพราะการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ ในขณะเดียวกัน การปล่อยให้แพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาดมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายเล็กได้เช่นกัน การสร้างสมดุลจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมไปถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัลให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้พวกเขามีความสามารถในการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><p>โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญและทันต่อเหตุการณ์ เพราะมันวิเคราะห์สถานการณ์จริงในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาต่อยอดในด้านอื่นๆ เช่น การวิเคราะห์ผลกระทบของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันต่อผู้บริโภคในเชิงลึกมากขึ้น หรือการศึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการรับมือของผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่ เพื่อให้ภาพรวมของการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มดิจิทัล <\/strong>และเทคโนโลยี เพราะงานวิจัยนี้ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการแข่งขันและการกำกับดูแลในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบ และการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มหลายมิติ เช่น แพลตฟอร์มขนส่ง แพลตฟอร์มเรียกรถ หรือแพลตฟอร์มสื่อสาร ก็สามารถนำข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เพราะหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับอำนาจเหนือตลาดและพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลในหลายอาชีพ ได้แก่ <strong>นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์นโยบาย นักกฎหมาย<\/strong> ผู้บริหารในบริษัทอีคอมเมิร์ซ และนักวิจัยด้านการแข่งขันทางการค้า นักเศรษฐศาสตร์สามารถนำข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพไปวิเคราะห์และพัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์นโยบายสามารถนำข้อเสนอแนะในการกำกับดูแลไปใช้ในการกำหนดนโยบาย นักกฎหมายสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการตีความกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ผู้บริหารในบริษัทอีคอมเมิร์ซสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และนักวิจัยด้านการแข่งขันทางการค้าสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการศึกษาวิจัยต่อไป<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "107511",
        "Headname": "ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "แพลตฟอร์ม",
            "การกำกับดูแลการแข่งขัน",
            "นโยบายการกำกับดูแล",
            "แพลตฟอร์มหลายมิติ"
        ],
        "ProjectObjective": "โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างตลาดและอำนาจเหนือตลาดในแพลตฟอร์มหลายมิติ รวมทั้งบ่งชี้พฤติกรรมต่อต้านการแข่งขัน (Anticompetitive practices) 2. เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของพฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีต่อการปรับตัวของธุรกิจดั้งเดิมและการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติรายใหม่"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. (2564). การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.",
    "chicago": "ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. 2564. \"การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ปทุมธานี.",
    "mla": "ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. \"การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2564. ปทุมธานี.",
    "vancouver": "ผศ.ดร. ภูรี สิรสุนทร. การกำกับดูแลการแข่งขัน (Competition Regulation) ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายมิติ (Multi-sided Platforms) ในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564. ปทุมธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}