{
    "content_title": "การพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15437.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาเพื่อเพิ่มผลิตภาพให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการผลิตอิฐดินเผาจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบดั้งเดิมที่มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและต้นทุน  งานวิจัยนี้แก้ปัญหาสำคัญหลายประการที่พบในอุตสาหกรรมอิฐดินเผาของไทย  โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง  ซึ่งมักประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ  และเครื่องจักรที่มีอยู่มักมีปัญหาการสึกหรอเร็ว  ต้นทุนการบำรุงรักษาสูง  และมลภาวะทางเสียงและอากาศ<\/p>\n<p>การออกแบบเครื่องจักรใหม่นี้มีจุดเด่นหลายประการ  การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังแทนเครื่องยนต์น้ำมัน  เป็นการปรับปรุงที่สำคัญ  เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีเรื่องการบำรุงรักษาที่ง่ายกว่า  ต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำกว่า  และที่สำคัญคือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  การลดมลภาวะทั้งด้านเสียงและอากาศ  เป็นการเพิ่มความยั่งยืนให้กับกระบวนการผลิต  และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน<\/p>\n<p>การใช้ระบบทดกำลังแบบเฟืองที่แช่อยู่ในน้ำมันหล่อลื่น  ช่วยลดการสึกหรอของชิ้นส่วน  และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้  นี่เป็นการลดต้นทุนในการบำรุงรักษาในระยะยาว  การออกแบบระบบบดกวนและชุดอัดแบบสองสกรู (Twin screw) เป็นการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  การใช้ชุดอัดแบบสองสกรูช่วยให้การไหลของเนื้อดินเข้าสู่แม่พิมพ์สม่ำเสมอ  ลดภาระโหลด  และลดการสึกหรอของชิ้นส่วน  การเพิ่มระบบบดกวนช่วยลดขนาดของดิน  ทำให้กระบวนการอัดขึ้นรูปเป็นไปอย่างราบรื่น  และลดปัญหาการอุดตัน<\/p>\n<p>ผลการทดลองแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องจักรใหม่  สามารถขึ้นรูปอิฐได้ด้วยปริมาณน้ำที่น้อยกว่า  ลดเวลาในการเตรียมเนื้อดิน  และเพิ่มกำลังการผลิตสูงถึง 4,800 ก้อน\/ชม.  คุณภาพของอิฐที่ได้มีความแน่นและแข็งแรงมากกว่าอิฐที่ผลิตจากเครื่องจักรแบบเดิม  ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของงานวิจัยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม  ประหยัด  และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอิฐดินเผาในชุมชน<\/p>\n<p>นอกจากประสิทธิภาพทางเทคนิคแล้ว  งานวิจัยนี้ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์  การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการใช้เครื่องจักรใหม่กับเครื่องจักรแบบเดิม  จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ  และเห็นภาพชัดเจนถึงความคุ้มค่าในการลงทุน  งานวิจัยนี้จึงไม่เพียงแต่พัฒนาเทคโนโลยี  แต่ยังส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน  และสร้างความยั่งยืนให้กับวิสาหกิจชุมชนในระยะยาว  การนำผลงานวิจัยนี้ไปใช้  จะช่วยเพิ่มรายได้  สร้างงาน  และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการผลิตอิฐดินเผา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง (SME) ในพื้นที่ชนบท  ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อจำกัดด้านทุน  เทคโนโลยี  และความรู้  เครื่องจักรที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้มีราคาต้นทุนที่เหมาะสม  บำรุงรักษาง่าย  และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้วิสาหกิจเหล่านี้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น  และสร้างกำไรเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้  การที่เครื่องจักรมีมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ยังสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ  และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตอิฐดินเผา  ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและปล่อยมลพิษค่อนข้างสูง<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการ  ช่างเทคนิค  และแรงงานในอุตสาหกรรมอิฐดินเผา  ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ลดต้นทุน  และเพิ่มผลกำไร  ช่างเทคนิคสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปปรับปรุง  ซ่อมแซม  และบำรุงรักษาเครื่องจักร  ส่วนแรงงานจะได้รับประโยชน์จากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  เนื่องจากเครื่องจักรใหม่ช่วยลดมลภาวะ  และมีความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น  นอกจากนี้  งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิจัย  วิศวกร  และบุคลากรทางด้านวิชาการ  ที่สนใจในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม  และการส่งเสริมอาชีพในชุมชน<\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7292",
        "Headname": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เครื่องอัดขึ้นรูป",
            "อิฐดินเผาก่อสร้าง",
            "อุตสาหกรรมชุมชน",
            "อิฐมอญ",
            "ดินเหนียว"
        ],
        "ProjectObjective": "1. ออกแบบ และสร้างเครื่องอัดขึ้นรูปอิฐดินเผาก่อสร้างสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างชุมชน ในพื้นที่จังหวัดลุ่มแม่ น้ำ โขง ชี มูล2. ศึกษาปัจจัยที่ เหมาะสมสำหรับการอัดขึ้นรูปอิฐดินเผาก่อสร้าง3. ศึกษาต้นทุนในการวิเคราะห์เชิงเศรษฐ์ศาสตร์ในกรณีการพัฒนาเครื่องอัดอิฐดินเผาก่อสร้าง เทียบกับเครื่องขึ้นรูปอิฐดินเผาก่อสร้างแบบเดิม"
    },
    "apa": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์. (2563). การพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์. 2563. \"การพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์. \"การพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2563. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์. การพัฒนาเครื่องผลิตอิฐดินเผาก่อสร้างเพื่อเพิ่มผลิตภาพของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง-ชี-มูล. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2563. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}