{
    "content_title": "การค้นหากลไกการดื้อยาโคลิสตินและคาร์บาพีเนมของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาหลายขนานด้วย whole genome sequencing และการพัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับการตรวจวินิจฉัยยีนดื้อยาที่สำคัญ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16367.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการดื้อยาในแบคทีเรียแกรมลบ ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะการดื้อต่อโคลิสตินและคาร์บาพีเนม  ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มสุดท้ายที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรง  งานวิจัยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ  การศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการดื้อยาในเชื้อ <em>Klebsiella pneumoniae<\/em> (Kp) และการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยด่วนสำหรับการตรวจหาการกลายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการดื้อยา<\/p>\n<p>ส่วนแรกของงานวิจัย  ศึกษาเชื้อ Kp ที่ดื้อต่อทั้งคาร์บาพีเนมและโคลิสติน (C-C-RKp) ในประเทศไทย  โดยใช้วิธีการหลายอย่าง  เช่น  การหาค่า MIC (minimum inhibitory concentration)  เพื่อประเมินความไวของยา  ERIC-PCR  เพื่อศึกษาแบบแผนทางพันธุกรรม (clonality)  และการวิเคราะห์ resistome เพื่อระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยา  ผลการวิจัยพบอัตราการดื้อยาโคลิสตินค่อนข้างสูงในกลุ่มเชื้อ Kp ที่ดื้อต่อคาร์บาพีเนม  โดยพบว่าเชื้อเหล่านี้มักดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด  รวมถึงไทเจไซคลินและฟอสโฟไมซิน  แต่ยังไวต่อเจนตาไมซินและอะมิคาซินในระดับหนึ่ง  การศึกษาเชิงลึกกลไกการดื้อคาร์บาพีเนมพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการสร้างเอนไซม์คาร์บาพีเนมาเซ  โดยเฉพาะชนิด NDM ร่วมกับ OXA-48  และการดื้อโคลิสตินส่วนใหญ่มักเกิดจากการมียีน mcr  ซึ่งมักพบร่วมกับการสร้างเอนไซม์คาร์บาพีเนมาเซทั้งสองชนิด  นอกจากนี้  การศึกษาแบบแผนทางพันธุกรรมยังพบการระบาดของโคลน Kp ที่มีความจำเพาะ  แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาเหล่านี้<\/p>\n<p>ส่วนที่สองของงานวิจัยเป็นการพัฒนานวัตกรรมการตรวจวินิจฉัย  โดยใช้เทคนิค multiplex recombinase polymerase amplification (RPA)  ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจหาสารพันธุกรรมที่รวดเร็วและประหยัด  เพื่อตรวจหาการมีอยู่ของยีนดื้อยาคาร์บาพีเนม  5 ยีน (blaKPC, blaIMP, blaNDM, blaVIM, blaOXA-48)  และยีนดื้อยาโคลิสติน  10 ยีน (mcr-1 ถึง mcr-10)  การพัฒนาชุดตรวจนี้ใช้เทคนิค solid phase amplification และ lateral flow assay  ซึ่งสามารถอ่านผลได้ด้วยตาเปล่า  มีความสะดวกและรวดเร็ว  และสามารถตรวจหาหลายยีนพร้อมกันได้  งานวิจัยนี้ประสบความสำเร็จในการทำ multiplex RPA ของยีน mcr  จำนวน 2-5 ยีน  ซึ่งเป็นงานวิจัยแรกในระดับนี้  นอกจากนี้  ชุดตรวจยังมีความไวสูง  สามารถตรวจพบยีนได้ในปริมาณต่ำมาก  และให้ผลการตรวจที่แม่นยำ  ทั้งใน single target และ multiple targets<\/p>\n<p>โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อสู้กับการดื้อยา  โดยเฉพาะการดื้อยาในเชื้อ Kp ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข  การศึกษาเชิงลึกกลไกการดื้อยาช่วยให้เข้าใจการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาและการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยด่วนที่แม่นยำและรวดเร็ว  จะช่วยให้การรักษาโรคติดเชื้อดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  และสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อดื้อยาได้ดีขึ้น  การใช้เทคนิค RPA  ซึ่งรวดเร็วและราคาถูก  จะช่วยให้การตรวจวินิจฉัยสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น  และช่วยให้แพทย์สามารถเลือกใช้ยาที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว  ลดโอกาสการเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยา  และส่งผลดีต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการแพทย์  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์  อุตสาหกรรมยาปฏิชีวนะ  และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์:<\/strong>  งานวิจัยนี้ได้พัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยด่วนสำหรับการตรวจหาการกลายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการดื้อยา  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง  สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์เพื่อจำหน่ายในตลาดได้  <\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมยาปฏิชีวนะ:<\/strong>  การศึกษาเชิงลึกกลไกการดื้อยาจะช่วยให้บริษัทยาสามารถพัฒนาตัวยาใหม่ๆ  หรือปรับปรุงตัวยาที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  เพื่อต่อสู้กับการดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ:<\/strong>  งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคทางชีวโมเลกุลขั้นสูง  เช่น RPA  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในความสนใจของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ  สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยอื่นๆ  ได้อีกมากมาย<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์  นักวิจัย  แพทย์  จุลชีววิทยา  และเภสัชกร  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย:<\/strong>  งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง  เหมาะสำหรับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่ต้องการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการดื้อยา  และพัฒนานวัตกรรมการตรวจวินิจฉัย<\/li>\n<li><strong>แพทย์:<\/strong>  การมีชุดตรวจวินิจฉัยด่วนจะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคติดเชื้อดื้อยาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  เลือกใช้ยาที่เหมาะสม  และปรับแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/li>\n<li><strong>จุลชีววิทยา:<\/strong>  งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเชื้อแบคทีเรีย  การวิเคราะห์ยีน  และกลไกการดื้อยา  ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญสำหรับจุลชีววิทยา<\/li>\n<li><strong>เภสัชกร:<\/strong>  การศึกษาเชิงลึกกลไกการดื้อยาจะช่วยให้เภสัชกรสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างถูกต้อง  และสามารถแจ้งเตือนถึงความเสี่ยงของการดื้อยาได้<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "102886",
        "Headname": "รศ. ดร. ศักดิ์ดา ใยน้อย",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยมหิดล",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เชื้อดื้อยาหลายขนาน",
            "colistin",
            "carbapenem-resistant",
            "Enterobacteriaceae",
            "(CRE)",
            "whole-genome",
            "sequencing",
            "(WGS)",
            "recombinase",
            "polymerase",
            "amplification",
            "(RPA)",
            "แบบแผนพันธุกรรม",
            "แบบแผนยีนดื้อยา"
        ],
        "ProjectObjective": "โครงการย่อยที่ 1 เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ยีน carbapenemase ทั้ง 5 ยีน ได้แก่ blaKPC, blaIMP, blaNDM, blaVIM และ blaOXA-48 ด้วยวิธี singleplex และ multiplex recombinase polymerase amplification (RPA) เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ RPA amplicon ของยีน carbapenemase ทั้ง 5 ยีนด้วยเทคนิค solid phase amplification และ lateral flow assay เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ยีน mcr ทั้ง 10 ยีน ได้แก่ mcr-1, mcr-2, mcr-3, mcr-4, mcr-5, mcr-6, mcr-7, mcr-8, mcr-9, mcr-10 ด้วยวิธี singleplex และ multiplex recombinase polymerase amplification (RPA) เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ RPA amplicon ของยีน mcr ทั้ง 10 ยีน ด้วยเทคนิค solid phase amplification และ lateral flow assayโครงการย่อยที่ 2 ศึกษากลไกการดื้อยากลุ่ม carbapenems และ colistin ในเชื้อ K. pneumoniae ที่แยกได้จากผู้ป่วยในประเทศไทย ศึกษาแบบแผนทางพันธุกรรม และ clonality ของเชื้อ K. pneumoniae สายพันธุ์ที่ดื้อต่อยากลุ่ม carbapenems และ colistin วิเคราะห์ resistome ของเชื้อดื้อยา และ วินิจฉัย potential marker สำหรับ MDR- และ XDR-resistant K. pneumoniae clone"
    },
    "apa": "รศ. ดร. ศักดิ์ดา ใยน้อย. (2564). การค้นหากลไกการดื้อยาโคลิสตินและคาร์บาพีเนมของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาหลายขนานด้วย whole genome sequencing และการพัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับการตรวจวินิจฉัยยีนดื้อยาที่สำคัญ. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.",
    "chicago": "รศ. ดร. ศักดิ์ดา ใยน้อย. 2564. \"การค้นหากลไกการดื้อยาโคลิสตินและคาร์บาพีเนมของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาหลายขนานด้วย whole genome sequencing และการพัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับการตรวจวินิจฉัยยีนดื้อยาที่สำคัญ\". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.",
    "mla": "รศ. ดร. ศักดิ์ดา ใยน้อย. \"การค้นหากลไกการดื้อยาโคลิสตินและคาร์บาพีเนมของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาหลายขนานด้วย whole genome sequencing และการพัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับการตรวจวินิจฉัยยีนดื้อยาที่สำคัญ\". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2564. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.",
    "vancouver": "รศ. ดร. ศักดิ์ดา ใยน้อย. การค้นหากลไกการดื้อยาโคลิสตินและคาร์บาพีเนมของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบดื้อยาหลายขนานด้วย whole genome sequencing และการพัฒนาชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับการตรวจวินิจฉัยยีนดื้อยาที่สำคัญ. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}