{
    "content_title": "การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15624.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2><p>งานวิจัยเรื่อง “การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย” เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งศึกษาและวิเคราะห์ระบบการจัดการสินสมรสของชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับระบบในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย งานวิจัยนี้มีจุดเด่นคือการนำเสนอมุมมองเชิงลึกของปัญหา โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่กฎหมายอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชน การใช้ทั้งการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ การเลือกกลุ่มตัวอย่าง 80 คนจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการสร้างความเข้มข้นของข้อมูลในพื้นที่ศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยตรง<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการระบุปัญหาที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วยความคลุมเครือและความไม่สม่ำเสมอของการจัดการสินสมรสทั้งในระหว่างสมรสและหลังการหย่าร้าง การขาดความเป็นระบบและการบูรณาการของกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนที่น้อย การศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยให้เห็นภาพรวมของการจัดการสินสมรสในสังคมมุสลิม และนำมาสู่ข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเน้นความสำคัญของการรักษาประเพณีและวิถีชีวิตของชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พร้อมกันนั้นก็ควรปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเสนอแนะให้มีการทำงานเชิงบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ แสดงถึงความเข้าใจในความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ควรพิจารณาขยายขอบเขตการศึกษาเพิ่มเติม เช่น การศึกษาเชิงปริมาณเพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงคุณภาพ การศึกษาความแตกต่างของการจัดการสินสมรสระหว่างกลุ่มชนชั้นต่างๆ หรือการศึกษาผลกระทบของกฎหมายที่มีต่อความเท่าเทียมทางเพศ นอกจากนี้ ควรมีการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับข้อกฎหมายของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมในการนำมาปรับใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การศึกษาถึงความยั่งยืนของข้อเสนอแนะและการวัดผลลัพธ์หลังการนำข้อเสนอแนะไปใช้ ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผลการวิจัยมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการสินสมรสในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมความยุติธรรมและความเท่าเทียมกันในสังคม งานวิจัยนี้ยังช่วยให้เข้าใจถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างระบบการจัดการสินสมรสที่เหมาะสมและยั่งยืน<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมด้านกฎหมาย<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ลูกค้า การพัฒนาหลักสูตรอบรมหรือสัมมนาเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม รวมทั้งการปรับปรุงบริการทางกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการเรียนการสอน และการวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการยุติธรรมทางเลือก เช่น ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ก็สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการไกล่เกลี่ยให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและกฎหมายอิสลาม<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>นักกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม<\/strong> นักวิชาการด้านกฎหมายอิสลาม นักสังคมสงเคราะห์ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม งานวิจัยนี้จะช่วยให้บุคคลเหล่านี้เข้าใจปัญหาและความท้าทายในการจัดการสินสมรสในสังคมมุสลิม และสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิจัย ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบยุติธรรมในสังคมไทย<\/p><h2>&nbsp;<\/h2>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7578",
        "Headname": "นายอิบรอเฮง ดอเลาะ",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การจัดการ",
            "กฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลาม",
            "จังหวัดชายแดนภาคใต้"
        ],
        "ProjectObjective": "1 เพื่อศึกษาทบทวนแนวทางปฏิบัติด้านการจัดการสินสมรสตามหลักกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา 2 เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการสินสมรสที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายอิสลามและกระบวนการยุติธรรมในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบความสำเร็จแล้ว 3 เพื่อสร้างรูปแบบทางเลือกให้กระบวนการยุติธรรมด้านการจัดการสินสมรสที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้"
    },
    "apa": "นายอิบรอเฮง ดอเลาะ. (2563). การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. นราธิวาส, ปัตตานี, มาเลเซีย, ยะลา, สงขลา, สตูล, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย.",
    "chicago": "นายอิบรอเฮง ดอเลาะ. 2563. \"การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย\". มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. นราธิวาส, ปัตตานี, มาเลเซีย, ยะลา, สงขลา, สตูล, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย.",
    "mla": "นายอิบรอเฮง ดอเลาะ. \"การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย\". มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 2563. นราธิวาส, ปัตตานี, มาเลเซีย, ยะลา, สงขลา, สตูล, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย.",
    "vancouver": "นายอิบรอเฮง ดอเลาะ. การจัดการสินสมรสตามกฎหมายครอบครัวและมรดกอิสลามในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย. มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์; 2563. นราธิวาส, ปัตตานี, มาเลเซีย, ยะลา, สงขลา, สตูล, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}