{
    "content_title": "นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15619.jpg",
    "aiAnalyze": "<h1>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h1><p>งานวิจัยเรื่อง \"นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ\" เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษาการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนในสองชุมชนของจังหวัดชัยภูมิ คือ ชุมชนทุ่งซำเสี้ยว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และชุมชนดงกลาง อำเภอคอนสาร งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาสามประเด็นหลัก ได้แก่ พัฒนาการของการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน รูปแบบและการจัดรูปแบบการใช้โฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดิน และการสร้างเครือข่ายและการผลักดันนโยบายโฉนดชุมชนไปสู่การนำไปปฏิบัติ<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ ทำให้สามารถเข้าใจบริบทและความซับซ้อนของการจัดการทรัพยากรที่ดินในระดับชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง การศึกษาพัฒนาการของโฉนดชุมชนในสองชุมชนที่เลือกมา ช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในการดำเนินงาน นอกจากนี้ การศึกษาถึงการสร้างเครือข่ายและการผลักดันนโยบาย ช่วยให้เห็นภาพรวมของกระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย และบทบาทของชุมชนในการขับเคลื่อน การใช้ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 120 คน ประกอบด้วยประชาชนในพื้นที่และกรรมการโฉนดชุมชน ทำให้ข้อมูลมีความครอบคลุมและน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม การที่งานวิจัยศึกษาเพียงสองชุมชนอาจทำให้การสรุปผลขาดความทั่วไป และอาจไม่สามารถนำไปใช้กับชุมชนอื่นได้อย่างตรงไปตรงมา จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัย<\/p><p>ผลการวิจัยพบว่าการเกิดขึ้นของโฉนดชุมชนในทั้งสองพื้นที่ เกิดจากความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับรัฐบาลเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน โฉนดชุมชนจึงเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาที่ดิน และเป็นเครื่องมือในการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนมีข้อตกลงร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน และมีคณะกรรมการดูแลกติกาการใช้ประโยชน์ การศึกษาพบว่าชุมชนทุ่งซำเสี้ยวมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายโฉนดชุมชนไปสู่ระดับต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความสามารถในการต่อรองของชุมชน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาความต่อเนื่องของกิจกรรมในชุมชน และการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้การจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน<\/p><p>ข้อเสนอแนะของงานวิจัย เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจต่อนโยบายโฉนดชุมชนให้แก่สังคมภายนอก และการถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณา หากต้องการให้โฉนดชุมชนเป็นกลไกการจัดการทรัพยากรที่ดินที่ยั่งยืน การขยายผลการวิจัยไปสู่ชุมชนอื่นๆ และการศึกษาเชิงลึกในประเด็นต่างๆ เช่น การมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชน กลไกการตรวจสอบ และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในชุมชน จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฉนดชุมชน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการวางแผนพัฒนาชุมชนต่อไป<\/p><h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h1><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาชุมชน <\/strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมที่ปรึกษา ที่ให้คำปรึกษาและวางแผนการจัดการทรัพยากรที่ดิน การจัดการความขัดแย้งในชุมชน และการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม อุตสาหกรรมการเกษตร สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร การบริหารจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและการจัดการที่ดิน สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบนโยบาย การวางแผนโครงการ และการประเมินผลโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรที่ดิน และการพัฒนาชุมชน<\/p><h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h1><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปัญหาที่ดิน อาชีพที่เหมาะสมได้แก่ <strong>นักวิชาการ นักวิจัย ที่ปรึกษาการพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐ<\/strong> ที่ทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน การเกษตร และการพัฒนาชนบท เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่ทำงานด้านการพัฒนาชุมชน และผู้ประกอบการทางสังคม ที่ทำงานด้านการจัดการทรัพยากรที่ดิน และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ นักกฎหมาย และนักสังคมสงเคราะห์ ก็สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการทำงานได้เช่นกัน<\/p><h1>&nbsp;<\/h1>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7573",
        "Headname": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อนุสรณ์ พัฒนศานติ์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "โฉนดชุมชน",
            "นวัตกรรมทางสังคม",
            "เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน",
            "การจัดการทรัพยากรที่ดิน"
        ],
        "ProjectObjective": "1.ศึกษาพัฒนาการของการจัดการทรัพยากรที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนในพื้นที่ 6 ชุมชน จังหวัดชัยภูมิ 2.ศึกษารูปแบบและการจัดรูปแบบการใช้โฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดิน 6 ชุมชนของ 2 อำเภอในจังหวัดชัยภูมิคือ ชุมชนทุ่งซำเสี้ยว ชุมชนดงกลาง ชุมชนบ่อแก้ว ชุมชนทุ่งลุยลาย ชุมชนโนนศิลา ชุมชนห้วยน้ำอูน 3.ศึกษาการสร้างเครือข่ายและการผลักดันนโยบายโฉนดดชุมชนไปสู่การนำไปปฏิบัติ"
    },
    "apa": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อนุสรณ์ พัฒนศานติ์. (2563). นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ. มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. ชัยภูมิ.",
    "chicago": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อนุสรณ์ พัฒนศานติ์. 2563. \"นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ\". มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. ชัยภูมิ.",
    "mla": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อนุสรณ์ พัฒนศานติ์. \"นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ\". มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 2563. ชัยภูมิ.",
    "vancouver": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อนุสรณ์ พัฒนศานติ์. นวัตกรรมทางสังคมรูปแบบโฉนดชุมชนในการจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานเขตจังหวัดชัยภูมิ. มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ; 2563. ชัยภูมิ.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}