{
    "content_title": "การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17208.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง” นี้มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมมัดหมี่เป็นฐาน งานวิจัยนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแรงงานนอกภาคเกษตรในพื้นที่ซึ่งมีอาชีพเสริมเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอยู่แล้ว การนำองค์ความรู้จากงานวิจัยก่อนหน้าเกี่ยวกับการออกแบบผ้าไหมมัดหมี่และการพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนมาประยุกต์ใช้ เป็นการสร้างความต่อเนื่องและประสิทธิภาพของโครงการ<\/p><p>วิธีการดำเนินงานเป็นแบบมีส่วนร่วม โดยการจัดทำคู่มือการผลิตและการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย 20 คน และขยายผลสู่กลุ่มอื่นอีก 20 คน แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน การมุ่งเน้นการผลิตต้นแบบผ้าคลุมไหล่ไหมมัดหมี่จำนวน 32 ผืน เพื่อนำไปขอรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ขั้นตอนการจัดเวทีสรุปบทเรียนและประชุมถ่ายทอดความรู้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันและการขยายผลสู่วงกว้าง<\/p><p>อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาต่อยอดหลายด้าน การจำแนกกลุ่มผู้ผลิตตามศักยภาพ การติดตามคุณภาพมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนด้านการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาการตลาดมูลค่าสูง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมสืบสานภูมิปัญญา การขาดการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของตลาด และกลยุทธ์การแข่งขันอาจเป็นข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ การใช้ช่องทางการตลาดสมัยใหม่ และการสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและความยั่งยืนของโครงการ การวิจัยควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต กำไร และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เห็นภาพการพึ่งพาตนเองอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงการ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป งานวิจัยนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ และสินค้า OTOP<\/strong> เหตุผลคือ งานวิจัยนี้เน้นการเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือ ซึ่งเป็นสินค้าหัตถกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ การวิจัยได้พัฒนาขั้นตอนการผลิต การออกแบบ และการตลาด ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอ นอกจากนี้ การได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอโดยรวม การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ สามารถช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และขยายตลาดสินค้าหัตถกรรมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับ<strong>การทอผ้า ช่างฝีมือ กลุ่มผู้ผลิตสินค้า OTOP<\/strong> และแรงงานนอกภาคเกษตรในพื้นที่ชนบท เหตุผลคือ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาฝีมือ การเพิ่มมูลค่า และการตลาดของผ้ามัดหมี่ทอมือ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวโดยตรง การได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเข้าถึงคู่มือการผลิต และการได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด จะช่วยเพิ่มทักษะ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม และส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้อย่างยั่งยืน<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "172609",
        "Headname": "นายสมบัติ ประจญศานต์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เพิ่มมูลค่า",
            "พึ่งพาตนเอง",
            "ผ้าทอมือ",
            "บุรีรัมย์",
            "แรงงานนอกภาคเกษตร"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อให้มีองค์ความรู้จากการจัดการความรู้เป็นคู่มือในการถ่ายทอดแก่แรงงานนอกภาคเกษตร2. เพื่อพัฒนาทักษะการออกแบบ การผลิตผ้าทอมือ และการตลาดผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ3. เพื่อวัดผลความสำเร็จของการดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง"
    },
    "apa": "นายสมบัติ ประจญศานต์. (2565). การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.",
    "chicago": "นายสมบัติ ประจญศานต์. 2565. \"การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง\". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. บุรีรัมย์.",
    "mla": "นายสมบัติ ประจญศานต์. \"การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง\". มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2565. บุรีรัมย์.",
    "vancouver": "นายสมบัติ ประจญศานต์. การเพิ่มมูลค่าผ้ามัดหมี่ทอมือของกลุ่มทอผ้าตำบลสายตะกู ชายแดนไทยกัมพูชาเพื่อพึ่งพาตนเอง. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์; 2565. บุรีรัมย์.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}