{
    "content_title": "การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17178.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ: ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย&quot; นี้มุ่งแก้ไขปัญหาความไม่ยั่งยืนของโครงการผลิตก๊าซชีวภาพในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ  ซึ่งมักประสบปัญหาการถูกทิ้งร้างเนื่องจากการขาดความรู้และการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง  นำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรและงบประมาณ  งานวิจัยนี้จึงเสนอแนวทางการสร้างต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพที่ยั่งยืน  โดยเน้นความเรียบง่าย ประหยัด และสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับเกษตรกร  ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ  คือ ลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร  ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เพิ่มองค์ความรู้ให้เกษตรกร  สร้างชุมชนต้นแบบ และผลักดันนวัตกรรมกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นนโยบายสาธารณะ<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการพัฒนานวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF  ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ  ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพ  การติดตั้ง  การใช้งาน  การดูแลรักษา  และการปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพ  โดยมีพี่เลี้ยงคอยให้การสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด  วิธีการนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้และใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และสามารถดูแลระบบได้ด้วยตนเองในระยะยาว  ส่งผลให้โครงการมีความยั่งยืน  และลดโอกาสที่จะถูกทิ้งร้าง  ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนให้เห็นจากอัตราการเพิ่มขึ้นของความรู้เรื่องก๊าซชีวภาพในเกษตรกรถึง 72.06%  และปริมาณก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้เฉลี่ย 2.6 ลบ.ม.\/วัน\/ครัวเรือน  ลดต้นทุนค่าก๊าซหุงต้มได้อย่างมีนัยสำคัญ<\/p>\n<p>นอกจากนี้  การที่งานวิจัยนี้ได้รับการยอมรับจาก 33 หน่วยงานในจังหวัดลำปาง  และมีการลงนามความร่วมมือในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน  แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าเชื่อถือของผลงาน  การขยายผลสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญ  ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายผลงานวิจัยสู่พื้นที่อื่นๆ  และสร้างความยั่งยืนให้กับการใช้ก๊าซชีวภาพในวงกว้างได้  อย่างไรก็ตาม  ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่ขอบเขตการศึกษาที่จำกัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง  การนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ อาจต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรในท้องถิ่นนั้นๆ  และควรมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะยังคงมีความยั่งยืนในระยะยาว<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ  เหตุผลหลักมาจากการที่งานวิจัยนี้ได้พัฒนานวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF  ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพ  ต้นทุนต่ำ  และยั่งยืน  อุตสาหกรรมนี้สามารถนำเอาองค์ความรู้  เทคโนโลยี  และกระบวนการที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์  บริการ  หรือกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพของตนเอง  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  ลดต้นทุน  และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ  นอกจากนี้  งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการส่งเสริม  การตลาด  และการขยายตลาดก๊าซชีวภาพ  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอย่างมาก<\/p>\n<p>นอกจากนี้  ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและปศุสัตว์  เนื่องจากงานวิจัยนี้ใช้ของเสียทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตก๊าซชีวภาพ  จึงสามารถช่วยลดของเสีย  ลดมลภาวะ  และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร  และยังส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรม  <\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร  ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน  และนักวิชาการ  หรือผู้ที่ทำงานด้านพลังงานทดแทน  เหตุผลคือ<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong>  สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียทางการเกษตร  ลดค่าใช้จ่าย  และเพิ่มรายได้  โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์  เนื่องจากสามารถนำมูลสัตว์มาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นและมลภาวะจากการเลี้ยงสัตว์<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานทดแทน:<\/strong>  สามารถนำนวัตกรรมกระบวนการ ASTACEF ไปปรับใช้ในการผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ลดต้นทุน  และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิชาการหรือผู้ที่ทำงานด้านพลังงานทดแทน:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยนี้ไปเป็นข้อมูลอ้างอิง  หรือต่อยอดในการทำวิจัย  พัฒนาเทคโนโลยี  หรือพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้ก๊าซชีวภาพอย่างยั่งยืน<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "172559",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ระบบหมักไร้อากาศ",
            "นโยบายสาธารณะ",
            "ก๊าซชีวภาพ"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรโดยการนำของเสียและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาผลิตก๊าซชีวภาพใช้เป็นพลังงานทดแทนในครัวเรือน 2. เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเสียในชุมชนที่เกิดจากการทำปศุสัตว์ของเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง3. เพื่อให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการมีองค์ความรู้ด้านการผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสียและวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร4. เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบด้านการใช้ก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน5. เพื่อผลักดันนวัตกรรมกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทนในครัวเรือนและฟาร์มปศุสัตว์เป็นนโยบายสาธารณะ"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. (2565). การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. ลำปาง.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. 2565. \"การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย\". มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. ลำปาง.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. \"การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย\". มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 2565. ลำปาง.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. พิมผกา โพธิลังกา. การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพ : ต้นแบบการผลิตก๊าซชีวภาพให้เกิดความยั่งยืนเพื่อเป็นพลังงานทดแทนและเข้าถึงได้ง่าย. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง; 2565. ลำปาง.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}