{
    "content_title": "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17375.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ”  เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กในชุมชนเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืช  งานวิจัยนี้แบ่งออกเป็นสองโครงการย่อย  โครงการย่อยแรกเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองผ่านโปรแกรมการศึกษา  เพื่อลดการสัมผัสสารพิษในเด็ก  โดยใช้การวิจัยเชิงกึ่งทดลองเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  การวัดผลเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ปกครองทั้งในด้านการป้องกันการสัมผัสสารพิษจากแหล่งที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และบุคคลในครอบครัว  พร้อมทั้งวัดผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก  โดยการตรวจวัดปริมาณสารตกค้างในร่างกายและระดับโคลีนเอสเตอเรสในเลือด  และประเมินพัฒนาการของเด็ก  วิธีการนี้มีความเข้มงวด  เนื่องจากมีการติดตามผลเป็นระยะเวลา 6 เดือน  และใช้ตัวชี้วัดที่หลากหลาย  ซึ่งช่วยให้ได้ผลการวิจัยที่น่าเชื่อถือ  และสามารถระบุถึงประสิทธิภาพของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน<\/p>\n<p>โครงการย่อยที่สองมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายสาธารณะ  โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม  ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสร้างนโยบายที่สอดคล้องกับบริบททางสังคม  ปัญหาเฉพาะเจาะจง และวัฒนธรรมของชุมชน  การมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์สถานการณ์ความต้องการไปจนถึงการประเมินผล  จะช่วยให้เกิดนโยบายที่ยั่งยืน  และเป็นที่ยอมรับของชุมชน  การเลือกชุมชนบ้านนางอย  อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร  เป็นพื้นที่ต้นแบบ  แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางปฏิบัติ  และขยายผลสู่ระดับประเทศ<\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการระหว่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระดับบุคคลและการพัฒนานโยบายสาธารณะระดับชุมชน  การศึกษาวิจัยนี้ไม่เพียงแต่เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  แต่ยังมุ่งสร้างความยั่งยืน  และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  การใช้ชุมชนต้นแบบเป็นกลไกสำคัญในการขยายผล  จะช่วยให้สามารถนำโมเดลการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชนี้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่เกษตรกรรมอื่นๆ  อย่างไรก็ตาม  ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่ขนาดกลุ่มตัวอย่าง  และความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆที่มีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน  จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเหมาะสมและประสิทธิภาพของโมเดลในบริบทที่หลากหลายมากขึ้น  การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่  ควรมีการสร้างกลไกการติดตาม  ประเมินผล  และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม  อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์  และอุตสาหกรรมสาธารณสุข  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม:<\/strong>  งานวิจัยนี้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของครอบครัวจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช  ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแนวทางการเกษตรที่ปลอดภัย  และส่งเสริมการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธี  เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรในพื้นที่เกษตรกรรม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืชที่ปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น  หรือการพัฒนาเทคนิคการใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่ลดความเสี่ยงต่อการสัมผัส  อุตสาหกรรมนี้สามารถนำข้อมูลจากการวิจัยไปปรับปรุงกระบวนการผลิต  และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสาธารณสุข:<\/strong>  งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค  โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมี  ข้อมูลจากการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ  การให้ความรู้  และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลสุขภาพของประชากรในพื้นที่เกษตรกรรม<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ นักวิจัยสาธารณสุข  นักวิชาการด้านการเกษตร  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  และผู้ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพชุมชน  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยสาธารณสุข:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการศึกษาผลกระทบของสารกำจัดศัตรูพืชต่อสุขภาพ  และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนงานวิจัยเพิ่มเติม  เพื่อพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิชาการด้านการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบการเกษตรที่ยั่งยืน  และปลอดภัยต่อสุขภาพ  โดยการส่งเสริมการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกวิธี  และการลดการใช้สารเคมี<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบ  และดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพ  ให้ความรู้  และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายของสารกำจัดศัตรูพืชในชุมชนเกษตรกรรม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพชุมชน:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการทำงานกับชุมชน  เพื่อส่งเสริมสุขภาพ  ป้องกันโรค  และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรกรรม<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "173266",
        "Headname": "นางสาวสาธินี ศิริวัฒน์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ผู้ปกครอง",
            "เด็กอายุ",
            "1-3ปี",
            "โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ",
            "สารกำจัดแมลงศัตรูพืช",
            "โคลีนเอสเตอเรส"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อสร้างนวัตกรรมสังคมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยใช้ชีวิตในสังคมอย่างสมานฉันท์ โดยการพัฒนาชุมชนต้นแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองและนโยบายสาธารณะเพื่อป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรรม รวมทั้งถ่ายทอดสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน ซึ่งดำเนินการวิจัย ผ่าน 2 โครงการย่อย ดังต่อไปนี้ โครงการย่อยที่ 1 ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรม มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาการเปลี่ยนพฤติกรรมภายนอกของผู้ปกครอง ได้แก่ 1) การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากแหล่งที่อยู่อาศัย 2) การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากสิ่งแวดล้อม และ 3) การป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชจากบุคคลในครอบครัว 2. เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงผลกระทบต่อตัวเด็ก ได้แก่ 1) ปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในร่างกายของเด็ก 2) ปริมาณโคลีนเอสเตอเรสในเลือดของเด็ก โครงการย่อยที่ 2 เพื่อวิจัยและพัฒนานโยบายสาธารณะสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรรม ในประเด็น ดังนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ความต้องการและร่างนโยบายสาธารณะสำหรับการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรรม 2. เพื่อประเมินผลของนโยบายสาธารณะด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรรม"
    },
    "apa": "นางสาวสาธินี ศิริวัฒน์. (2565). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สกลนคร.",
    "chicago": "นางสาวสาธินี ศิริวัฒน์. 2565. \"การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สกลนคร.",
    "mla": "นางสาวสาธินี ศิริวัฒน์. \"การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2565. สกลนคร.",
    "vancouver": "นางสาวสาธินี ศิริวัฒน์. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ปกครองด้านการป้องกันการสัมผัสสารกำจัดแมลงศัตรูพืชในเด็กที่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการเป็นพื้นที่ต้นแบบในระดับประเทศ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2565. สกลนคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}