{
    "content_title": "การทดแทนไม้ฟืนในกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก) ด้วยระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศ และการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพในการปลูกผักไร้ดิน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17247.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2><p>งานวิจัยนี้ศึกษาการนำระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศมาประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา (กรือโป๊ะอีแก) ในชุมชนบ้านดาโต๊ะ จังหวัดปัตตานี โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาการใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มข้าวเกรียบปลาและการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิต งานวิจัยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกศึกษาอัตราการเกิดก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียในระยะเวลาการกักเก็บที่แตกต่างกัน พบว่าระยะเวลา 14 วันให้ผลผลิตก๊าซชีวภาพสูงสุด ส่วนที่สองศึกษาการหมักแบบต่อเนื่อง พบว่าระบบ 1 เฟสมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและผลิตก๊าซชีวภาพสูงกว่า และได้ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบของก๊าซชีวภาพ พบว่ามีมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก ส่วนที่สามศึกษาการนำน้ำหมักชีวภาพไปใช้เป็นปุ๋ยในการปลูกผักไร้ดิน ผลการวิจัยพบว่าน้ำหมักชีวภาพมีธาตุอาหารเพียงพอสำหรับการปลูกผัก แต่ปริมาณฟอสฟอรัสไม่เพียงพอ จึงต้องผสมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณไนเตรทในผักที่ปลูกด้วยน้ำหมักชีวภาพยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการเทคโนโลยีหมักก๊าซชีวภาพเข้ากับกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลาในระดับชุมชน การนำน้ำเสียมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิตพลังงานและการเป็นปุ๋ย ช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดมลภาวะ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัด เช่น การศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ อาจต้องมีการทดลองเพิ่มเติมในระดับสเกลใหญ่ขึ้นเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงการศึกษาผลกระทบในระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม การปรับขนาดระบบหมักก๊าซชีวภาพให้เหมาะสมกับขนาดโรงงานที่แตกต่างกันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณา การศึกษาเรื่องการจัดการและบำรุงรักษาระบบหมักก๊าซชีวภาพในระยะยาวก็จำเป็นต่อการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ การวิจัยในส่วนของการปลูกผักไร้ดินยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม การผสมปุ๋ยเคมีกับน้ำหมักชีวภาพอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผักในระยะยาว จำเป็นต้องมีการศึกษาต่อยอดเพื่อหาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการใช้ปุ๋ยเคมีและน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและรักษาคุณภาพของผัก การศึกษาประสิทธิภาพของระบบหมักก๊าซชีวภาพในสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่แตกต่างกันก็เป็นส่วนสำคัญที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ต่างๆ<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารทะเล <\/strong>เนื่องจากศึกษาการจัดการน้ำเสียจากกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เนื่องจากสามารถนำก๊าซชีวภาพที่ได้จากการหมักมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และเหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม เนื่องจากสามารถนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้เป็นปุ๋ยในการปลูกพืช ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และวิศวกรสิ่งแวดล้อม<\/strong> เกษตรกรสามารถนำเทคนิคการใช้ก๊าซชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพไปใช้ในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ ผู้ประกอบการ SME ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปอาหารทะเลสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วนวิศวกรสิ่งแวดล้อมสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปต่อยอดในการออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียและการผลิตพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่สนใจด้านการพัฒนาชุมชน เพราะงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงการสร้างรายได้และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างยั่งยืน<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "172691",
        "Headname": "ผศ. ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะ",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยฟาฏอนี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ก๊าซชีวภาพ",
            "กระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก)"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบหมักก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานผลิตข้าวเกรียบปลาแบบสด (กรือโป๊ะอีแก) สู่ชุมชนหรือโรงงานผลิตข้าวเกรียบปลาในชุมชนบ้านดาโต๊ะ จังหวัดปัตตานี2. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนหรือโรงงานระดับครัวเรือนที่ผลิตข้าวเกรียบปลาแบบสด(กรือโป๊ะอีแก) นำก๊าซชีวภาพไปใช้ประโยชน์ ในระดับครัวเรือน ใช้ทดแทนในการหุงต้มข้าวเกรียบ ช่วยลดค่าใช่จ่ายด้านพลังงานการหุงต้มในระดับครัวเรือน3. เพื่อนำน้ำหมักชีวภาพไปประยุกต์ใช้สำหรับปลูกพืชไร้ดิน4. เพื่อสร้างกระบวนการและทัศนคติแบบยั่งยืนของการสร้างต้นทุนพลังงานของชาวชุมชนผลิตข้าวเกรียบปลาแบบสด(กรือโป๊ะอีแก) การมีส่วนร่วมของช่างชุมชน และการดูแลระบบบ่อหมักก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียโรงงานผลิตข้าวเกรียบปลาแบบสด(กรือโป๊ะอีแก)"
    },
    "apa": "ผศ. ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะ. (2565). การทดแทนไม้ฟืนในกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก) ด้วยระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศ และการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพในการปลูกผักไร้ดิน. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี. ปัตตานี, พัทลุง.",
    "chicago": "ผศ. ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะ. 2565. \"การทดแทนไม้ฟืนในกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก) ด้วยระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศ และการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพในการปลูกผักไร้ดิน\". มหาวิทยาลัยฟาฏอนี. ปัตตานี, พัทลุง.",
    "mla": "ผศ. ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะ. \"การทดแทนไม้ฟืนในกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก) ด้วยระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศ และการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพในการปลูกผักไร้ดิน\". มหาวิทยาลัยฟาฏอนี, 2565. ปัตตานี, พัทลุง.",
    "vancouver": "ผศ. ยะโก๊ะ ขาเร็มดาเบะ. การทดแทนไม้ฟืนในกระบวนการผลิตข้าวเกรียบปลา(กรือโป๊ะอีแก) ด้วยระบบหมักก๊าซชีวภาพแบบไร้อากาศ และการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพในการปลูกผักไร้ดิน. มหาวิทยาลัยฟาฏอนี; 2565. ปัตตานี, พัทลุง.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}