{
    "content_title": "การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17253.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน&quot; นับเป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน  งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการศึกษาอย่างครอบคลุม  โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ การศึกษาความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว  การศึกษาปรากฏการณ์ดินเหลว (Liquefaction) และการจำลองผลกระทบต่อโบราณสถาน<\/p>\n<p>ส่วนแรก  การศึกษาความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว  ได้ใช้ Probabilistic Seismic Hazard Analysis (PSHA) ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นมาตรฐานสากลในการประเมินความเสี่ยง  การใช้ PSHA ช่วยให้สามารถประเมินความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหวในระดับความรุนแรงต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ  โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดของรอยเลื่อน  อัตราการเกิดแผ่นดินไหว  และระยะห่างจากแหล่งกำเนิด  ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความเร่งผิวดินสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่  ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบโครงสร้างอาคารให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย  การกำหนดค่าความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหว (Probability of Exceedance) ในช่วงเวลา 50 ปี  ทั้งในระดับ 10% และ 2%  ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน  โดยค่าความน่าจะเป็นที่ต่ำกว่าบ่งชี้ถึงการเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงขึ้น แต่มีโอกาสเกิดน้อยกว่า<\/p>\n<p>ส่วนที่สอง  การศึกษาปรากฏการณ์ดินเหลว  เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของงานวิจัย  เนื่องจากดินเหลวสามารถเพิ่มความเสียหายจากแผ่นดินไหวได้อย่างมาก  การเก็บตัวอย่างดินและทดสอบคุณสมบัติในห้องปฏิบัติการ  พร้อมกับการคำนวณ Cyclic Resistance Ratio (CRR) และ Cyclic Stress Ratio (CSR)  เพื่อประเมินแนวโน้มการเกิดดินเหลว  เป็นวิธีการที่ถูกต้องและเป็นระบบ  การระบุพื้นที่เสี่ยงดินเหลวในบริเวณเวียงหนองหล่มและเชียงแสน  ถือเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และการเตรียมการรับมือภัยพิบัติ  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดดินเหลวกับการเกิด Sag Pond และตำนานในท้องถิ่น  เป็นส่วนที่น่าสนใจ  และอาจนำไปสู่การค้นพบข้อมูลทางประวัติศาสตร์และธรณีวิทยาที่สำคัญ  ซึ่งช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ได้<\/p>\n<p>ส่วนที่สาม  การจำลองผลกระทบต่อโบราณสถาน  ใช้เทคนิค 3D Laser Scanning  ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทันสมัยและให้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูง  การสร้างแบบจำลอง 3 มิติของโบราณสถาน  ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ผลกระทบของแผ่นดินไหวได้อย่างสมจริง  การประเมินความเสียหายของเจดีย์ตัวอย่าง  โดยเฉพาะบริเวณส่วนบนและองค์ระฆัง  แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความแข็งแรงของโบราณสถาน  เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนและการทรุดตัวเนื่องจากดินเหลว<\/p>\n<p>โดยสรุป  งานวิจัยนี้มีความครบถ้วน  ครอบคลุมทุกแง่มุมที่สำคัญ  ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง  การศึกษาปรากฏการณ์ดินเหลว  และการวิเคราะห์ผลกระทบต่อโบราณสถาน  ข้อมูลและผลการวิเคราะห์ที่ได้  สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว  การออกแบบโครงสร้างอาคารที่แข็งแรง  และการอนุรักษ์โบราณสถาน  เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ  นอกจากนี้  การเชื่อมโยงข้อมูลทางธรณีวิทยากับตำนานท้องถิ่น  ยังเป็นมุมมองที่น่าสนใจ  และสามารถนำไปสู่การวิจัยเชิงลึกในด้านอื่นๆ ต่อไป<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมก่อสร้าง:<\/strong> ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวและดินเหลว  เป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน  เพื่อให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างปลอดภัย  การวิจัยนี้ช่วยให้อุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถพัฒนาแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เสี่ยงภัย  และลดความเสียหายจากแผ่นดินไหวได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมประกันภัย:<\/strong>  ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวสามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดเบี้ยประกันภัยได้อย่างแม่นยำ  ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถจัดการความเสี่ยงและให้บริการประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:<\/strong>  ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพื้นที่  สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการท่องเที่ยวและการจัดการความเสี่ยง  เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการได้อย่างปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมธรณีวิทยาและวิศวกรรมธรณีเทคนิค:<\/strong>  ข้อมูลและวิธีการวิจัยนี้  สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาพื้นที่เสี่ยงภัยอื่นๆ  และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรในหลายอาชีพ  ได้แก่:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรโยธา:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบและตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน  เพื่อให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างปลอดภัย<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรธรณีเทคนิค:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงจากดินเหลว  และออกแบบมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา  เพื่อลดความเสียหายจากแผ่นดินไหว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักธรณีวิทยา:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับรอยเลื่อนแม่จัน  และการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักโบราณคดี:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการอนุรักษ์และป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน  จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวางแผนเมืองและผังเมือง:<\/strong> สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาเมือง  เพื่อลดความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวและดินเหลว<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "172723",
        "Headname": "รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ภัยแผ่นดินไหว",
            "รอยเลื่อนแม่จัน",
            "ปรากฏการณ์ดินผุด",
            "โบราณสถาน",
            "การสแกนสามมิติด้วยแสงเลเซอร์"
        ],
        "ProjectObjective": "3. วัตถุประสงค์1. เพื่อศึกษาความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวในบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน2. เพื่อศึกษาแนวโน้มการเกิดปรากฎการณ์ดินผุดที่อาจส่งผลต่อการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวโยนกนครในบริเวณเวียงหนองหล่ม3. เพื่อศึกษาและจำลองเหตุการณ์ภัยแผ่นดินไหวที่มีต่อโบราณสถานในอดีต"
    },
    "apa": "รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. (2565). การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. เชียงราย.",
    "chicago": "รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. 2565. \"การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. เชียงราย.",
    "mla": "รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. \"การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2565. เชียงราย.",
    "vancouver": "รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. การศึกษาภัยแผ่นดินไหวและดินผุดในบริเวณพื้นที่เวียงหนองหล่มเพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือภัยแผ่นดินไหวในเขตบริเวณรอยเลื่อนแม่จัน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2565. เชียงราย.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}