{
    "content_title": "ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17213.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัย &quot;ร้อยลาย 3 ไต: การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน&quot; เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนโดยใช้กระบวนการสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในชุมชนบ้านธิ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลัก 3 กลุ่ม คือ ไทลื้อ ไทยวน และไทยอง  งานวิจัยนี้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการหลวงเป็นแนวทางในการดำเนินงาน  โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย การออกแบบ การผลิต จนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การจัดตั้งกลุ่ม CoP (Community of Practice) จำนวน 3 กลุ่ม  แต่ละกลุ่มมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันแต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ  CoP 1  รวบรวมและสังเคราะห์ความรู้เดิมจากปราชญ์ชุมชนและสภาวัฒนธรรม  CoP 2 พัฒนาต่อยอดความรู้โดยอาศัยครูและนักเรียน  และ CoP 3 นำความรู้ไปใช้ในการออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่  การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 กลุ่มนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน<\/p>\n<p>วิธีการดำเนินงานของงานวิจัยนี้ใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน  ได้แก่ การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ การวางแผนและการปฏิบัติงาน การเรียนรู้จากการปฏิบัติ การประเมินผล และการระบุการเรียนรู้และการแบ่งปัน  กระบวนการนี้เป็นวงจรแบบวนซ้ำ  ช่วยให้ชุมชนสามารถเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้  การสร้างสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ Responsive website  ยังเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้และจัดเก็บองค์ความรู้  เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างสะดวก  และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<p>งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงแค่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน  การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนทุกขั้นตอน  ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของตนเอง  ส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเองและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน  เช่น ลายผ้า  เครื่องปั้นดินเผา  หรือสินค้าหัตถกรรมอื่นๆ  จะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด  โดยเฉพาะตลาดสินค้าที่มีความต้องการสินค้าที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรม  อุตสาหกรรมสิ่งทอ  และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสินค้าหัตถกรรม:<\/strong> งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชุมชน  โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาออกแบบและผลิตสินค้า  ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าหัตถกรรมประเภทต่างๆ  เช่น  ผ้าทอ  เครื่องปั้นดินเผา  เครื่องจักสาน  และอื่นๆ  การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสินค้าหัตถกรรมได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสิ่งทอ:<\/strong>  เนื่องจากงานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาลวดลายผ้า  จึงสามารถนำไปใช้ในการออกแบบและผลิตผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้  การสร้างแบรนด์และการตลาดที่เหมาะสมจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอของชุมชนสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:<\/strong> การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมชุมชน  และสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้า  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เน้นการเรียนรู้และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว  และช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการชุมชน  ช่างฝีมือ  นักออกแบบ  นักวิจัย  และนักวิชาการ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการชุมชน:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่าได้  โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้  และสามารถสร้างแบรนด์และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ช่างฝีมือ:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มทักษะและความรู้ให้กับช่างฝีมือ  โดยการเรียนรู้เทคนิคการออกแบบและการผลิตใหม่ๆ  และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์  เพิ่มรายได้ให้กับตนเองได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักออกแบบ:<\/strong> งานวิจัยนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  โดยการนำลวดลายและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้  และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความหมาย<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยและนักวิชาการ:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน  สามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดในงานวิจัยอื่นๆ  ได้<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "172614",
        "Headname": "นายมณฑล อ้นวันนา",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง",
            "ชุมชนนักปฏิบัติ",
            "อัตลักษณ์ชุมชน"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อถอดความรู้เชิงอัตลักษณ์ชุมชนโดยประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิพอเพียงและโครงการหลวง (เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา)2. เพื่อยกระดับชุมชนให้มีศักยภาพและเป็นต้นแบบในการพัฒนาอัตลักษณ์ของชุมชนและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ"
    },
    "apa": "นายมณฑล อ้นวันนา. (2565). ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ลำพูน.",
    "chicago": "นายมณฑล อ้นวันนา. 2565. \"ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ลำพูน.",
    "mla": "นายมณฑล อ้นวันนา. \"ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. ลำพูน.",
    "vancouver": "นายมณฑล อ้นวันนา. ร้อยลาย 3 ไต การพัฒนารูปแบบการแลกเปลี่ยนและสร้างความรู้เพื่อยกระดับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. ลำพูน.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}