{
    "content_title": "ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17118.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย” นี้ เป็นงานวิจัยแบบผสมวิธี (Mixed Methods) ที่ใช้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้เฉพาะเจาะจงที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ (Nature of Science: NOS) และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมปลาย การศึกษาแบ่งเป็นสองระยะ ระยะแรกเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Exploratory Research) เพื่อประเมินระดับความเข้าใจ NOS และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนก่อนการทดลอง ระยะที่สองเป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบการทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental design) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรเหล่านี้หลังจากที่นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ NOS อย่างชัดแจ้งและการสะท้อนคิด<\/p><p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการใช้การจัดการเรียนรู้แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ซึ่งเป็นวิธีการที่เน้นให้ผู้เรียนได้เข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง การสะท้อนคิดช่วยให้นักเรียนได้วิเคราะห์ประสบการณ์การเรียนรู้ของตนเอง นำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งและยั่งยืนมากขึ้น การใช้ทั้งแบบวัดเชิงปริมาณ (แบบปรนัยและอัตนัย) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (สัมภาษณ์) ทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ดีขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติต่างๆ เช่น One-sample t-test และ Dependent sample t-test ช่วยให้สามารถสรุปผลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ<\/p><p>อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยพบว่าแม้ระดับอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการจัดการเรียนรู้ แต่ระดับความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์กลับไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ นี่อาจเป็นข้อจำกัดของการวิจัย หรืออาจเป็นเพราะความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจ NOS ที่ต้องการเวลามากกว่า การศึกษาควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อความเข้าใจ NOS เช่น คุณภาพของการสอน ความพร้อมของนักเรียน หรือปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ นอกจากนี้ การศึกษานี้ใช้กลุ่มตัวอย่างจากโรงเรียนเดียวในจังหวัดเดียว ทำให้การสรุปผลอาจไม่สามารถนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างอื่นได้อย่างกว้างขวาง ควรมีการศึกษาต่อยอดในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย<\/p><p>ถึงกระนั้น งานวิจัยชิ้นนี้ก็มีคุณค่าและประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเน้นการเรียนรู้ NOS และการสะท้อนคิด เป็นแนวทางที่สำคัญในการพัฒนาความเข้าใจและทักษะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน การศึกษาได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม และการประเมินผลที่ครอบคลุม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การวิจัยนี้เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้มีความเหมาะสมกับ<strong>อุตสาหกรรมด้านการศึกษาโดยตรง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมที่ต้องการบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการแก้ปัญหา และความเข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เช่น <strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยี อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมการแพทย์<\/strong> ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตร พัฒนาสื่อการเรียนการสอน และการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้อีกด้วย<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับบุคคลในหลายอาชีพ อาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ <strong>ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ นักพัฒนาหลักสูตร และนักวิจัยทางการศึกษา<\/strong> เนื่องจากผลการวิจัยสามารถนำไปปรับใช้ในการออกแบบหลักสูตร วิธีการสอน และการประเมินผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพที่ต้องการความคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ และการมีอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ดี จะช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถพัฒนาความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "182541",
        "Headname": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลา สามิภักดิ์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "อัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์",
            "ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์",
            "การจัดการเรียนรู้แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อน"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อเปรียบเทียบอัตสักษณ์ทางวิหยาศาสตร์ และความเข้าใจธรรมขาติของวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมธัยมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงฮัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์จากต่ำไปสูง หลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิหยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด"
    },
    "apa": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลา สามิภักดิ์. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  .",
    "chicago": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลา สามิภักดิ์. 2564. \"ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.  .",
    "mla": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลา สามิภักดิ์. \"ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564.  .",
    "vancouver": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สลา สามิภักดิ์. ผลของการจัดการเรียนรู้ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์แบบชัดแจ้งร่วมกับการสะท้อนคิด ที่มีต่อความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และอัตลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2564.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}