{
    "content_title": "การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17107.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณที่ศึกษาถึงระดับการจัดการความเสี่ยงและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, อุดรธานี และหนองบัวลำภู) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 384 ครัวเรือน การวิจัยนี้ใช้แบบสอบถามที่มีความเชื่อมั่นสูง (0.918) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา, Chi-Square และการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) ผ่านโปรแกรม SPSS และ STATA<\/p><p>ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 40.4 ของครัวเรือนเกษตรกรมีระดับการจัดการความเสี่ยงค่อนข้างสูง แต่เกือบครึ่งหนึ่ง (49.4%) มีระดับการจัดการความเสี่ยงต่ำถึงค่อนข้างต่ำ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครัวเรือนให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ (การวางแผนทางการเงิน) และด้านสุขภาพ ซึ่งมีระดับการจัดการค่อนข้างสูง แต่กลับมีการจัดการความเสี่ยงด้านสังคมและวัฒนธรรมต่ำ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการแสวงหาผลกำไรที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในชุมชน นอกจากนี้ การใช้สารเคมีและทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณมากในการผลิตอ้อยยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย<\/p><p>ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการความเสี่ยง ได้แก่ ปัจจัยด้านคุณลักษณะครัวเรือน (จำนวนปีการศึกษาสูงสุดของสมาชิกในครัวเรือน และประสบการณ์ปลูกอ้อย), ปัจจัยด้านระบบการผลิตอ้อย (จำนวนพื้นที่ปลูกอ้อย), ปัจจัยด้านจิตวิทยาสังคม (การรับรู้นโยบายการผลิตอ้อย), และปัจจัยด้านการสนับสนุนทางสังคม (การสนับสนุนจากโรงงานและชุมชน) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ประสบการณ์ปลูกอ้อย งานวิจัยยังพบว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยาสังคมและการสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการจัดการความเสี่ยงผ่านผลกระทบจากการเข้าร่วมระบบเกษตรพันธสัญญา<\/p><p>ความน่าสนใจของงานวิจัยนี้คือการเชื่อมโยงปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการจัดการความเสี่ยงของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในครัวเรือน ปัจจัยด้านการผลิต ปัจจัยด้านนโยบาย และปัจจัยด้านสังคม ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สำคัญต่อการวางแผนและพัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมการจัดการความเสี่ยงของเกษตรกรกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม การวิจัยนี้จำกัดขอบเขตอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การนำผลการวิจัยไปใช้ในพื้นที่อื่นอาจต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่นั้นๆ นอกจากนี้ การศึกษาเชิงลึกในเรื่องของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการปลูกอ้อยก็เป็นสิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาในงานวิจัยต่อไป<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมน้ำตาล<\/strong>อย่างยิ่ง เนื่องจากงานวิจัยนี้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการความเสี่ยงของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมน้ำตาล ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การบริหารความเสี่ยงของโรงงานน้ำตาล การพัฒนาความสัมพันธ์กับเกษตรกร และการพัฒนานโยบายที่สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยให้มีความสามารถในการจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการผลิตอ้อย เช่น ประสบการณ์ จำนวนพื้นที่ปลูก การสนับสนุนจากโรงงาน และการรับรู้นโยบาย สามารถนำมาใช้ในการวางแผนการรับซื้ออ้อย การกำหนดราคา และการสนับสนุนด้านเทคนิคแก่เกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตอ้อยที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรม<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับ<strong>นักวิชาการ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และผู้บริหารในอุตสาหกรรมน้ำตาล<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกษตรกร และการวางแผนการผลิต ข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถช่วยให้นักวิชาการเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการจัดการความเสี่ยงของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และสามารถนำไปต่อยอดในการวิจัย หรือการพัฒนานโยบายที่เหมาะสม สำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ข้อมูลนี้จะช่วยในการออกแบบ และดำเนินนโยบายที่สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของผู้บริหารในอุตสาหกรรมน้ำตาล ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเกษตรกร และการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานด้านการวางแผนทางธุรกิจ การจัดการความเสี่ยง และการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "182517",
        "Headname": "นางสาววณิชชา ณรงค์ชัย",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยขอนแก่น",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "คำสำคัญ"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อศึกษาระดับการจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2 เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพสต่อการจัดการความเสี่ยงของครัวเรื่อนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"
    },
    "apa": "นางสาววณิชชา ณรงค์ชัย. (2564). การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  .",
    "chicago": "นางสาววณิชชา ณรงค์ชัย. 2564. \"การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  .",
    "mla": "นางสาววณิชชา ณรงค์ชัย. \"การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2564.  .",
    "vancouver": "นางสาววณิชชา ณรงค์ชัย. การจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2564.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}