{
    "content_title": "การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17498.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน&quot; มุ่งเน้นการพัฒนาและผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิกภายในประเทศไทย เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาสูง  งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากครอบฟันเซรามิกเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่มีความต้องการสูง  การพึ่งพาการนำเข้าทำให้ต้นทุนการรักษาสูงและอาจมีปัญหาเรื่องการจัดหา  การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบบริการทางทันตกรรม<\/p>\n<p>งานวิจัยนี้แบ่งเป็นสองส่วนหลักคือ การพัฒนาแก้วลิเทียมไดซิลิเกตและการพัฒนาเรซินเมทริกซ์เซรามิก  การศึกษาสมบัติทางกลและทางกายภาพของแก้วลิเทียมไดซิลิเกตโดยการทดลองกับสารให้สีที่แตกต่างกันนั้น  มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพและความสวยงามของครอบฟัน  การได้องค์ประกอบและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมจะนำไปสู่การผลิตครอบฟันที่มีความแข็งแรง ทนทาน และมีสีสันที่สวยงามตามความต้องการของผู้ป่วย  ขั้นตอนนี้ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์วัสดุและวิศวกรรมเคมีอย่างมาก<\/p>\n<p>ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรซินเมทริกซ์เซรามิกนั้น  การศึกษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคเซรามิกและเรซินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณสมบัติของวัสดุ  การค้นหาอัตราส่วนที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความแข็งแรง  ความทนทาน  และความคงทนของครอบฟัน  การวิจัยส่วนนี้จำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านวัสดุศาสตร์  วิศวกรรมเคมี  และวิศวกรรมชีวการแพทย์  เพื่อให้ได้วัสดุที่ไม่เพียงแต่แข็งแรงและทนทานเท่านั้น  แต่ยังปลอดภัยและเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อในช่องปากของผู้ป่วยอีกด้วย<\/p>\n<p>นอกจากการทดลองในห้องปฏิบัติการแล้ว  งานวิจัยนี้ยังเน้นการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและการผลิตแก้วและแก้วเซรามิก  การพัฒนาบุคลากรนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว  การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่บุคลากร  จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผลิตและพัฒนาวัสดุทันตกรรมคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง  และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและบุคลากรจากต่างประเทศ<\/p>\n<p>โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญทั้งในเชิงวิชาการและเชิงพาณิชย์  การพัฒนาวัสดุครอบฟันเซรามิกภายในประเทศ  จะช่วยลดต้นทุนการรักษา  เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วย  และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ  นอกจากนี้  องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย  การที่งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน  ทำให้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุทันตกรรม  อุตสาหกรรมเซรามิก  และอุตสาหกรรมการแพทย์  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุทันตกรรม:<\/strong>  งานวิจัยนี้ตรงประเด็นกับการพัฒนาและผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิก  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในอุตสาหกรรมนี้  การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตภายในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการผลิต  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรม  นอกจากนี้ยังสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาวัสดุทันตกรรมชนิดอื่นๆ ต่อไปได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเซรามิก:<\/strong>  งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและสังเคราะห์วัสดุเซรามิก  ซึ่งเป็นองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิกอื่นๆ ได้  เช่น  อุตสาหกรรมเซรามิกสำหรับงานอุตสาหกรรม  หรือเซรามิกสำหรับงานตกแต่ง  การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแก้วและแก้วเซรามิกจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเซรามิกไทยในตลาดโลกได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการแพทย์:<\/strong>  วัสดุครอบฟันเซรามิกเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์  การพัฒนาวัสดุที่มีคุณภาพสูง  ปลอดภัย  และมีประสิทธิภาพ  จะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาทางทันตกรรม  และส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศ  องค์ความรู้ที่ได้อาจนำไปสู่การพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ชนิดอื่นๆ ในอนาคตได้<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ  เช่น  นักวิทยาศาสตร์วัสดุ  วิศวกรเคมี  ทันตแพทย์  และนักวิจัย  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>นักวิทยาศาสตร์วัสดุ:<\/strong>  งานวิจัยนี้ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์วัสดุ  เพื่อศึกษาสมบัติทางกลและทางกายภาพของวัสดุ  การออกแบบ  การสังเคราะห์  และการปรับปรุงสมบัติของวัสดุ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในส่วนของการพัฒนาแก้วลิเทียมไดซิลิเกตและเรซินเมทริกซ์เซรามิก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรเคมี:<\/strong>  วิศวกรเคมีมีความรู้ความสามารถในการออกแบบและควบคุมกระบวนการผลิต  การเลือกใช้วัสดุ  และการวิเคราะห์กระบวนการผลิต  ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตวัสดุครอบฟันเซรามิก  โดยเฉพาะในส่วนของการปรับขนาดการผลิตเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ทันตแพทย์:<\/strong>  ทันตแพทย์สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วย  เช่น  การเลือกใช้วัสดุครอบฟันที่เหมาะสม  และการประเมินผลการรักษา  นอกจากนี้  ทันตแพทย์ยังสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุที่ต้องการ  เพื่อให้ตรงกับความต้องการทางคลินิก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัย:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นฐานความรู้สำหรับการวิจัยต่อยอดในอนาคต  นักวิจัยสามารถใช้ผลการวิจัยนี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาวัสดุทันตกรรมชนิดอื่นๆ  หรือศึกษาคุณสมบัติของวัสดุอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "173494",
        "Headname": "ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ลิเทียมไดซิลิเกต",
            "เรซินเซรามิกคอมโพสิต",
            "เรซินเมทริกซ์เซรามิก",
            "เซรามิกทันตกรรม",
            "แก้วเซรามิก"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษาสารให้สีที่แตกต่างกันต่อสมบัติทางกลและทางกายภาพของชิ้นงานแก้วลิเทียมไดซิลิเกต เพื่อทำการผลิตต้นแบบแก้วลิเทียมไดซิลิเกตที่สามารถขึ้นรูปและผลิตได้ภายในประเทศ เพื่อผลิตบัณฑิตและพัฒนาขีดความสามารถในด้านการวิจัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการผลิตแก้วและแก้วเซรามิก เพื่อศึกษาอัตราส่วนระหว่างอนุภาคเซรามิกและเรซินสำหรับในการประยุกต์ทางทันตกรรม เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการนำมาประดิษฐ์เป็นชิ้นงานทันตกรรมในส่วนของครอบฟัน"
    },
    "apa": "ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. (2565). การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.",
    "chicago": "ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. 2565. \"การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.",
    "mla": "ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. \"การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.",
    "vancouver": "ผศ.ทพ.ดร. ธีระพงษ์ ม้ามณี. การพัฒนาวัสดุทันตกรรมครอบฟันกลุ่มเซรามิกและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พิษณุโลก.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}