{
    "content_title": "การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ในเขตภาคเหนือ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17495.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้ศึกษาการเพิ่มคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาของสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีปริมาณแอนโทไซยานินสูง แต่มีข้อจำกัดด้านความบอบบางและอายุการเก็บรักษาสั้น งานวิจัยครอบคลุมทั้งกระบวนการก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว โดยมุ่งเน้นการใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้<\/p><p>ก่อนการเก็บเกี่ยว งานวิจัยทดลองใช้สารไคโตซานและเมทิลจัสโมเนทในการฉีดพ่น ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารทั้งสองชนิดสามารถเพิ่มคุณภาพของสตรอว์เบอร์รี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไคโตซานช่วยเพิ่มปริมาณแอนโทไซยานินและสีแดงของผิวผล ในขณะที่เมทิลจัสโมเนทช่วยเพิ่มสีแดง แต่ไม่ได้ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา การเลือกใช้สารทั้งสองชนิดจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ต้องการ หากต้องการยืดอายุการเก็บรักษา ไคโตซานน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ในขณะที่ต้องการเพิ่มสีแดง เมทิลจัสโมเนทน่าจะเหมาะสมกว่า การเลือกใช้ความเข้มข้นที่เหมาะสมก็สำคัญเช่นกัน งานวิจัยได้ระบุความเข้มข้นที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><p>หลังการเก็บเกี่ยว งานวิจัยเน้นการใช้เทคนิคการเก็บรักษาแบบดัดแปลงบรรยากาศ (MAP) ทั้งแบบ Passive MAP และ Active MAP ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ Passive MAP โดยใช้ถุง polyethylene สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดการสูญเสียน้ำหนัก ชะลอการสุก และรักษาสีผิว Active MAP โดยการควบคุมสัดส่วนของออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าสัดส่วน 5% O2 และ 15% CO2 เหมาะสมที่สุด สามารถชะลอการสุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ MAP จึงขึ้นอยู่กับงบประมาณและความพร้อมของเทคโนโลยี Passive MAP มีต้นทุนต่ำกว่า แต่ Active MAP ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า<\/p><p>นอกจากนี้ งานวิจัยยังวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์เปรียบเทียบระหว่างการผลิตสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 และ 89 พบว่าพันธุ์พระราชทาน 89 ให้ผลผลิตมากกว่า มีราคาต้นพันธุ์สูงกว่า แต่มีราคาขายสูงกว่าและเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า เนื่องจากมีคุณภาพที่ดีกว่า เช่น ผลใหญ่ สีแดงสด กลิ่นหอม และรสชาติที่ดี และยังมีปริมาณแอนโทไซยานินสูงกว่าถึง 2 เท่า ทำให้สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์นี้ เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกรในการตัดสินใจเลือกปลูกพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด งานวิจัยนี้จึงนำเสนอวิธีการที่ครบวงจร ตั้งแต่การเลือกใช้สารเคมี การเก็บรักษา จนถึงการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตลาดสตรอว์เบอร์รี โดยเฉพาะพันธุ์พระราชทาน 89<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรม โดยเฉพาะ<strong>อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปสตรอว์เบอร์รี <\/strong>เนื่องจากงานวิจัยได้นำเสนอเทคนิคต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการเพิ่มคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาสตรอว์เบอร์รี ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ การยืดอายุการเก็บรักษาช่วยลดการสูญเสียผลผลิต และเพิ่มโอกาสในการส่งออก นอกจากนี้ งานวิจัยยังช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเกษตรกรรมโดยรวม การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>เกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รี นักวิจัยทางด้านเกษตร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร<\/strong> เกษตรกรสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการใช้สารไคโตซานและเมทิลจัสโมเนท รวมถึงเทคนิคการเก็บรักษาแบบ MAP ไปปรับใช้ในการผลิตสตรอว์เบอร์รี เพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิต และเพิ่มรายได้ นักวิจัยทางด้านเกษตรสามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด เพื่อพัฒนาวิธีการเพิ่มคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ชนิดอื่นๆ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารสามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์สตรอว์เบอร์รี เช่น แยม น้ำผลไม้ หรือโยเกิร์ต โดยใช้สตรอว์เบอร์รีที่มีคุณภาพสูงและมีอายุการเก็บรักษานานขึ้น<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "173491",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยนเรศวร",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "สตรอว์เบอร์รี",
            "(Fragaria",
            "x",
            "ananassa",
            "Duch.)",
            "ไคโตซาน",
            "เมทิลจัสโมเนท",
            "การดัดแปลงสภาพดัดแปลงบรรยากาศแบบ",
            "Passive",
            "MAP",
            "และ",
            "Active",
            "MAP"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อศึกษาผลของไคโตซานและเมทิลจัสโมเนทที่มีผลต่อการเกิดโรคและคุณภาพก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวของสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์พระราชทาน 892) เพื่อศึกษาผลของการเก็บรักษาในสภาพดัดแปลงบรรยากาศแบบ Passive MAP และ Active MAP ร่วมกับการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ ที่มีผลต่อการยืดอายุการเก็บรักษาสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 893) เพื่อวิเคราะห์อัตราผลกำไรการผลิตและจำหน่ายสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 และพันธุ์พระราชทาน 89"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. (2565). การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ในเขตภาคเหนือ. มหาวิทยาลัยนเรศวร. เชียงใหม่.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. 2565. \"การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ในเขตภาคเหนือ\". มหาวิทยาลัยนเรศวร. เชียงใหม่.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. \"การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ในเขตภาคเหนือ\". มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2565. เชียงใหม่.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 89 ในเขตภาคเหนือ. มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2565. เชียงใหม่.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}