{
    "content_title": "การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17616.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5&quot; นี้ เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอย่างปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อยในอุตสาหกรรมน้ำตาล  งานวิจัยนี้ใช้แนวทางการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยศึกษาพฤติกรรมของเกษตรกรชาวไร่อ้อยใน 8 จังหวัดอย่างละเอียด  เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในการเผาอ้อยและการยอมรับเทคโนโลยีทางเลือก  <\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย  การวิเคราะห์ Minimum Acceptable Price (MAP) และ Willingness to Accept (WTA) ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่า การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เช่น การอุดหนุนหรือการปรับราคา  จะต้องใช้เงินลงทุนเท่าใดจึงจะสามารถผลักดันให้เกษตรกรหันมาใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาได้ตามเป้าหมาย  ตัวอย่างเช่น การที่รัฐบาลต้องเพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 150 บาท\/ตัน เพื่อให้เกษตรกรหันมาขายอ้อยสดมากกว่า 90%  หรือการปรับเพิ่มค่าปรับการเผาอ้อยเป็น 50 บาท\/ตัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน  ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากรของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<p>นอกจากนี้  การศึกษา Willingness to Pay (WTP) สำหรับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น รถตัดอ้อยขนาดใหญ่ รถตัดอ้อยแบบมีกล่อง และเครื่องสางใบอ้อยรวมแรงงาน  ช่วยให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยีแต่ละประเภท  และช่วยให้ภาครัฐสามารถเลือกสนับสนุนเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุดได้  อย่างไรก็ตาม  ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความเต็มใจจ่ายของเกษตรกรนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละเทคโนโลยี  ซึ่งอาจสะท้อนถึงความแตกต่างในด้านต้นทุน  ประสิทธิภาพ  หรือความสะดวกในการใช้งาน  จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความแตกต่างนี้  และเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ความต้องการและความสามารถในการจ่ายของเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น<\/p>\n<p>ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่การศึกษาในพื้นที่จำกัดเพียง 8 จังหวัด  ซึ่งอาจไม่สามารถนำไปสรุปผลทั่วประเทศได้  การขยายกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกอ้อยทั่วประเทศ  รวมถึงการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกร เช่น ปัจจัยด้านสังคม  วัฒนธรรม  และความรู้ความเข้าใจ  จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัยให้มากขึ้น<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมน้ำตาล<\/strong>  เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อยเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม  งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของเกษตรกร  ความต้องการด้านเทคโนโลยี  และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการลงทุนในเทคโนโลยีทดแทนการเผา  ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมน้ำตาลสามารถวางแผนการผลิตที่ยั่งยืน  ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชน  นอกจากนี้ยังเหมาะกับ <strong>อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร<\/strong> ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อย  ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาด  และวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ  เช่น <strong>นักวิชาการด้านการเกษตร<\/strong>, <strong>นักเศรษฐศาสตร์<\/strong>, <strong>นักสิ่งแวดล้อม<\/strong>, <strong>เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเกษตรและสิ่งแวดล้อม<\/strong>, และ <strong>ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร<\/strong>  ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนงาน  การวิเคราะห์ปัญหา  และการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม  นอกจากนี้  ยังเหมาะกับ <strong>เกษตรกรชาวไร่อ้อย<\/strong>  เนื่องจากงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางเลือก  ต้นทุน  และประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้  ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบรู้และมีประสิทธิภาพ  <\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174074",
        "Headname": "ดร. ถิรภาพ ฟักทอง",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พืชเศรษฐกิจ",
            "อ้อย",
            "อ้อยไฟไหม้",
            "PM2.5",
            "เทคโนโลยีการเกษตร",
            "ความเต็มใจจ่าย"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของกระบวนการเพาะปลูกอ้อยของเกษตรกรในขั้นตอนระหว่างและภายหลังการเก็บเกี่ยว2) เพื่อศึกษารูปแบบการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อยในระดับฟาร์ม ในแง่พฤติกรรมเพื่อประเมินต้นทุนและประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง3) เพื่อคำนวณมูลค่าความเต็มใจจ่ายในเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อลดการเผาในระดับฟาร์ม มาใช้ของ เกษตรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ 8 จังหวัด4) เพื่อออกแบบระบบแรงจูงใจที่เหมาะสมเพื่อนำเทคโนโลยีที่ลดการเผามาใช้มากขึ้น อันจะนำมาซึ่งการปล่อยฝุ่น PM 2.5 ที่น้อยลง"
    },
    "apa": "ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. (2565). การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.",
    "chicago": "ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. 2565. \"การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.",
    "mla": "ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. \"การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.",
    "vancouver": "ดร. ถิรภาพ ฟักทอง. การศึกษาพฤติกรรมและความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีในการลดการเผาในอุตสาหกรรมน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. กาญจนบุรี, กำแพงเพชร, ชลบุรี, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}