{
    "content_title": "การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17596.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย&quot; นี้ เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย  งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคการสำรวจคลื่นขนาดเล็กที่ผิวดินแบบโครงข่าย (Array Microtremor Observation) เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดินในพื้นที่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์ค่าคาบอิทธิพลหลัก (Predominant Period, TP) และค่าความเร็วคลื่นเฉือน (Shear Wave Velocity Profile, VS Profile)  ซึ่งเป็นพารามิเตอร์สำคัญที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว  การใช้เทคนิค H\/V  และ CCA  ช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและครอบคลุมพื้นที่ศึกษาอย่างกว้างขวาง<\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่างการสำรวจภาคสนามและการวิเคราะห์แบบจำลองเชิงตัวเลข  การสำรวจภาคสนาม ณ ตำแหน่งต่างๆ ทั้งในเชียงใหม่และเชียงราย  จำนวนมาก  ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดิน  ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองชั้นดินสำหรับการวิเคราะห์ผลตอบสนองต่อคลื่นแผ่นดินไหว  การใช้แบบจำลองนี้ช่วยให้สามารถประเมินระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดินได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น  และสามารถพิจารณาผลกระทบจากรูปร่างของแอ่งตะกอนที่มีต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มักถูกละเลยในงานวิจัยอื่นๆ  การศึกษาค่า TP และ VS30  ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลวได้อีกด้วย<\/p>\n<p>ผลการวิจัยพบความแตกต่างในค่า TP และความลึกของชั้นหินระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย  โดยเชียงใหม่มีค่า TP สูงกว่า  ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหวที่แตกต่างกัน  การวิเคราะห์แบบจำลองแสดงให้เห็นถึงการขยายคลื่นแผ่นดินไหวสูงสุดถึงประมาณ 1.0g  ที่คาบการสั่นประมาณ 0.4 วินาที ในพื้นที่เชียงใหม่  และอัตราการขยายกำลังคลื่นสูงสุดประมาณ 2.4 เท่า  ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบอาคารและโครงสร้างให้มีความแข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหว  และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว  เช่น การกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงภัย  การวางแผนการอพยพ  และการจัดเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย  นอกจากนี้ข้อมูลความเร็วคลื่นเฉือน (VS30) ยังใช้ในการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยการเกิดทรายเหลวได้อีกด้วย  ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน  งานวิจัยนี้จึงมีคุณค่าทั้งในเชิงวิชาการและการประยุกต์ใช้จริง<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  การวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น  การศึกษาครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เมืองเชียงใหม่และเชียงราย  อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวทั้งหมดในภาคเหนือของประเทศไทย  และการศึกษาใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวจากผลการประเมินความเสี่ยงภัยเป็นคลื่นเริ่มต้น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดบางประการ  การศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆ และการใช้ข้อมูลแผ่นดินไหวจริง  อาจช่วยเพิ่มความครอบคลุมและความแม่นยำของผลการวิจัยได้  แต่โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้ถือเป็นงานที่มีคุณภาพสูง  และมีประโยชน์อย่างมากต่อการลดความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมด้านวิศวกรรมโยธา  วิศวกรรมธรณีเทคนิค  และอุตสาหกรรมประกันภัย  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรรมโยธา:<\/strong> ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดิน  ค่า VS30  และการขยายคลื่นแผ่นดินไหว  เป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการออกแบบและก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ  ให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงเช่นเชียงใหม่และเชียงราย  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงมาตรฐานการออกแบบอาคารให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรรมธรณีเทคนิค:<\/strong>  ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติทางธรณีฟิสิกส์ของชั้นดิน  เช่น  ค่าความเร็วคลื่นเฉือน  และความลึกของชั้นหิน  เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์เสถียรภาพของดิน  การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว  และการออกแบบงานฐานราก  งานวิจัยนี้จะช่วยให้วิศวกรธรณีเทคนิคสามารถประเมินความเสี่ยงและออกแบบงานฐานรากได้อย่างเหมาะสม  ลดความเสียหายจากแผ่นดินไหว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมประกันภัย:<\/strong>  ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของการสั่นสะเทือนของพื้นดินและความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว  สามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงภัยจากแผ่นดินไหว  และการกำหนดเบี้ยประกันภัย  ช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพ  เช่น  วิศวกรโยธา  วิศวกรธรณีเทคนิค  นักธรณีฟิสิกส์  นักวิทยาศาสตร์ด้านแผ่นดินไหว  และนักวางแผนเมือง  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรโยธา:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคารและโครงสร้างให้มีความปลอดภัยต่อแผ่นดินไหว  และการประเมินความเสี่ยงของโครงสร้างที่มีอยู่<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรธรณีเทคนิค:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิเคราะห์เสถียรภาพของดิน  การออกแบบงานฐานราก  และการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทรายเหลว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักธรณีฟิสิกส์:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาวิธีการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์  และการสร้างแบบจำลองเชิงตัวเลข<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิทยาศาสตร์ด้านแผ่นดินไหว:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายคลื่นแผ่นดินไหว  และการประเมินความเสี่ยงภัยจากแผ่นดินไหว<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวางแผนเมือง:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาเมือง  การกำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงภัย  และการจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174003",
        "Headname": "ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "แผ่นดินไหว",
            "คุณลักษณะชั้นดินบริเวณที่ตั้ง",
            "การวิเคราะห์การตอบสนองของชั้นดิน",
            "เชียงใหม่",
            "เชียงราย"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อสำรวจคุณสมบัติของชั้นดินจนถึงชั้นที่มีคุณสมบัติคล้ายหินโดยวิธีการสำรวจคลื่นขนาดเล็กที่ผิวดินแบบโครงข่าย (Array Microtremor Observation) ในพื้นที่สำคัญจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการขยายคลื่นแผ่นดินไหวเนื่องจากผลของชั้นดินและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอน และจัดทำแผนที่ระดับความรุนแรงแผ่นดินไหวของพื้นที่ศึกษาที่มีความชัดเจนสำหรับการประกอบการจัดการด้านภัยแผ่นดินไหวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ผลตอบสนองของชั้นดินให้สามารถพิจารณาผลกระทบของรูปร่างของแอ่งตะกอนได้อย่างถูกต้อง เพื่อสนับสนุนข้อมูล ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแต่ละพื้นที่จะใช้เพื่อการประเมินความสูญเสียจากแผ่นดินไหว (Seismic Loss Estimation) สำหรับ “โครงการพัฒนาแบบจำลองเมืองเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อประเมินผลกระทบและความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว” และข้อมูลความเร็วคลื่นเฉือนจะใช้ในการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยการเกิดทรายเหลว (Liquefaction Hazard Map) สำหรับ “โครงการแผนที่ความเสี่ยงการเกิดเหลวในชั้นทรายเนื่องจากแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย”"
    },
    "apa": "ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. (2565). การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เชียงราย, เชียงใหม่.",
    "chicago": "ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. 2565. \"การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. เชียงราย, เชียงใหม่.",
    "mla": "ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. \"การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2565. เชียงราย, เชียงใหม่.",
    "vancouver": "ศ.ดร. นคร ภู่วโรดม. การสำรวจและประเมินผลกระทบของแอ่งตะกอนต่อการขยายคลื่นแผ่นดินไหว พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2565. เชียงราย, เชียงใหม่.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}