{
    "content_title": "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17583.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการปรึกษาแบบกลุ่มบำบัดความคิดและพฤติกรรมประยุกต์ต่อพลังใจและการพิทักษ์สิทธิ์ตนเองในสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงทดลองที่มีการออกแบบอย่างรอบคอบ โดยใช้การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT)  จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการพัฒนามาตรวัดพลังใจและการพิทักษ์สิทธิ์ตนเองสำหรับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ  ก่อนที่จะนำมาใช้ประเมินผลการแทรกแซง  กระบวนการพัฒนามาตรวัดนั้นครบถ้วน  เริ่มจากการทบทวนวรรณกรรม  การทดสอบคุณภาพมาตรวัดกับกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ (400 คน)  และการใช้เทคนิคทางสถิติที่เหมาะสมในการวิเคราะห์องค์ประกอบ  ทั้งแบบสำรวจและยืนยัน  เพื่อให้ได้มาตรวัดที่มีความเชื่อมั่นและความเที่ยงตรงสูง  การที่ได้มาตรวัดที่มีคุณภาพนี้เป็นจุดแข็งสำคัญของงานวิจัย  เพราะช่วยให้การวัดผลมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ  ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของมาตรวัดทั้งสองแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่ชัดเจนและมีความสอดคล้องกับทฤษฎี  ซึ่งสนับสนุนความถูกต้องของมาตรวัด  ค่าความเชื่อมั่นที่สูง (0.946 สำหรับมาตรวัดพลังใจและ 0.923 สำหรับมาตรวัดการพิทักษ์สิทธิ์)  บ่งชี้ว่ามาตรวัดมีความสอดคล้องภายในสูง  มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการวัดได้อย่างมั่นใจ<\/p>\n<p>ในระยะที่สองของการวิจัย  การใช้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  พร้อมกับการติดตามผลเป็นระยะเวลา 1 เดือนและ 3 เดือน  ช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการปรึกษาได้อย่างครอบคลุม  การใช้สถิติความแปรปรวนหลายตัวแปรสองทางแบบวัดซ้ำเป็นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการออกแบบการวิจัยแบบนี้  ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการปรึกษาแบบกลุ่มบำบัดความคิดและพฤติกรรมประยุกต์มีประสิทธิภาพในการเพิ่มพลังใจและการพิทักษ์สิทธิ์ตนเองของสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  และมีขนาดของอิทธิพลที่สูง (Effect size = .984)  แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผลการวิจัย  การวิจัยนี้จึงมีคุณค่าทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ  สามารถนำไปใช้พัฒนาโปรแกรมการช่วยเหลือสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  และยังสามารถนำมาตรวัดที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการประเมินผลการแทรกแซงในงานวิจัยอื่นๆ ได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตาม  การศึกษาควรขยายกลุ่มตัวอย่างให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความเที่ยงตรงของผลการศึกษา  และควรศึกษาความยั่งยืนของผลการแทรกแซงในระยะยาว  เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพจิตและสวัสดิการสังคม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  อุตสาหกรรมด้านการพัฒนาโปรแกรมช่วยเหลือผู้หญิงและครอบครัว  เช่น:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพจิต:<\/strong> ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  โดยเฉพาะในส่วนของการเข้าถึงโปรแกรมบำบัดแบบออนไลน์หรือการให้ความรู้<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการให้บริการด้านสุขภาพจิต:<\/strong> โรงพยาบาล  ศูนย์สุขภาพจิต  และคลินิกต่างๆ  สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการพัฒนาโปรแกรมการปรึกษาและบำบัด  รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากร  เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมด้านสวัสดิการสังคม:<\/strong> หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว  สามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาแนวทางการทำงาน  นโยบาย  และการประเมินผลการดำเนินงาน  ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว  เช่น:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>นักจิตวิทยาคลินิก:<\/strong> สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมบำบัด  การประเมินภาวะจิตใจ  และการให้คำปรึกษาแก่สตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง  โดยใช้มาตรวัดพลังใจและการพิทักษ์สิทธิ์ตนเองที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้<\/li>\n<li><strong>นักสังคมสงเคราะห์:<\/strong> สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนการช่วยเหลือ  การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และการติดตามผลการดูแลสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง<\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข:<\/strong> สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาพ  การป้องกัน  และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว  รวมถึงการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ<\/li>\n<li><strong>นักวิชาการ:<\/strong> สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิจัยต่อยอด  เพื่อพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น  และการพัฒนามาตรวัดที่แม่นยำยิ่งขึ้น<\/li>\n<li><strong>ครูอาจารย์:<\/strong> สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการสอนในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา และสาธารณสุข<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "173964",
        "Headname": "นายฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พลังใจ",
            "การพิทักษ์สิทธิตนเอง",
            "สตรีที่ถูกกระท",
            "าความรุนแรงในครอบครัว",
            "สตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว",
            "การบำบัดความคิดและพฤติกรรมประยุกต์"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อกำกับ ติดตาม การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยให้เป็นไปตามเวลาที่ กำหนด2) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ และได้องค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมและสนับสนุน การวิจัยที่จะเกิดขึ้นต่อไปของนิสิตผู้รับทุนระดับบัณฑิตศึกษา"
    },
    "apa": "นายฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล. (2565). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "นายฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล. 2565. \"มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565\". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "นายฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล. \"มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565\". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "นายฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับปริญญาเอก ทุนบัณฑิตศึกษา ปีงบประมาณ 2565. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}