{
    "content_title": "การศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17647.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูสภาพเครื่องยนต์แก๊สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 (FV 101 Scorpion) ซึ่งเป็นรถถังที่กองทัพบกไทยใช้งานมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี  การใช้งานอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เครื่องยนต์แก๊สโซลีนเดิมมีประสิทธิภาพลดลง  อะไหล่หาได้ยาก และมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง  งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการยกระดับสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นระบบหัวฉีด และระบบจุดระเบิดเป็นแบบไดเร็คคอล์ย  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า  วิธีการนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาการขาดแคลนอะไหล่และลดต้นทุนการซ่อมบำรุงเท่านั้น  ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นอีกด้วย  <\/p>\n<p>ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงดังกล่าวสามารถเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ 10-20% และประหยัดน้ำมันได้ถึง 50-150%  นอกจากนี้ยังทำให้รถถังมีการตอบสนองที่ดีขึ้น  ทั้งในด้านอัตราเร่ง การไต่ทางลาดชัน และการวิ่งในพื้นที่ทุรกันดาร  งบประมาณในการปรับปรุงต่อคันอยู่ที่ไม่เกิน 1,500,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการต้องจัดหารถถังใหม่หรือใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่  <\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ทางทหารที่มีอยู่เดิม  ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่าย  เพิ่มประสิทธิภาพ  และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์  นอกจากนี้  ยังเป็นการพัฒนาความรู้ความสามารถทางด้านวิศวกรรมยานยนต์  และเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านการป้องกันประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการซ่อมบำรุงและการจัดหาอะไหล่  ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ  การที่งานวิจัยนี้ประสบความสำเร็จแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทย  และเป็นต้นแบบที่ดีในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ทางทหาร  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีก  เช่น การศึกษาผลกระทบระยะยาวของการปรับปรุงเครื่องยนต์  การทดสอบในสภาพการใช้งานจริงที่หลากหลาย  และการพัฒนาเทคนิคการซ่อมบำรุงที่เหมาะสม  เพื่อให้แน่ใจว่ารถถังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลงก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ  <\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมการทหาร  อุตสาหกรรมยานยนต์  และอุตสาหกรรมซ่อมบำรุง  <\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการทหาร:<\/strong>  งานวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการยืดอายุการใช้งานของยุทโธปกรณ์ทางทหาร  ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาอะไหล่และซ่อมบำรุง  เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของกองทัพ  และส่งเสริมความมั่นคงทางด้านการป้องกันประเทศ  เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมยานยนต์:<\/strong>  เทคนิคการปรับปรุงเครื่องยนต์ที่ใช้ในงานวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับยานยนต์อื่นๆ ได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์ที่ใช้งานหนักหรือมีอายุการใช้งานนาน  เช่น  รถบรรทุก  รถแทรกเตอร์  หรือรถยนต์สำหรับงานอุตสาหกรรม  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมซ่อมบำรุง:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงยานยนต์  รวมถึงการพัฒนาเทคนิคและกระบวนการซ่อมบำรุงที่ประหยัดเวลาและต้นทุนมากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับอาชีพวิศวกรเครื่องกล  ช่างเทคนิค  และเจ้าหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ทางทหาร  <\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรเครื่องกล:<\/strong>  งานวิจัยนี้ให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการออกแบบ  การปรับปรุง  และการบำรุงรักษาเครื่องยนต์  ซึ่งเป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับวิศวกรเครื่องกล  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่มีความเกี่ยวข้องกับยานยนต์  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ช่างเทคนิค:<\/strong>  ช่างเทคนิคสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์  การวินิจฉัยปัญหา  และการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ทางทหาร:<\/strong>  เจ้าหน้าที่บำรุงรักษาอุปกรณ์ทางทหารสามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการบำรุงรักษารถถังเบาแบบ 21  เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174141",
        "Headname": "นางวรรณลักษณ์ เหล่าทวีทรัพย์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "รถถังเบา",
            "เครื่องยนต์สันดาปภายใน",
            "เครื่องยนต์เบนซิน",
            "ระบบส่งกำลัง"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อขยายอายุการใช้งานของรถถังเบาแบบ 21 โดยการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 ด้วยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นระบบหัวฉีด และเปลี่ยนระบบจุดระเปิดเป็นแบบไดเร็คคอล์ย"
    },
    "apa": "นางวรรณลักษณ์ เหล่าทวีทรัพย์. (2565). การศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร, ลพบุรี, สระบุรี.",
    "chicago": "นางวรรณลักษณ์ เหล่าทวีทรัพย์. 2565. \"การศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร, ลพบุรี, สระบุรี.",
    "mla": "นางวรรณลักษณ์ เหล่าทวีทรัพย์. \"การศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2565. กรุงเทพมหานคร, ลพบุรี, สระบุรี.",
    "vancouver": "นางวรรณลักษณ์ เหล่าทวีทรัพย์. การศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นสภาพเครื่องยนต์แก็สโซลีนของรถถังเบาแบบ 21 โดยการเปลี่ยนระบบจ่ายเชื้อเพลิงและระบบจุดระเบิด. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ; 2565. กรุงเทพมหานคร, ลพบุรี, สระบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}