{
    "content_title": "การพัฒนาไมโครพอรัสโฟมคอมโพสิทที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีส่วนผสมของพอลิแลกติกแอซิดและยางธรรมชาติสำหรับวัตถุชิ้นเล็ก",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15378.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาโฟมคอมโพสิตไมโครพอรัสจากพอลิแลกติกแอซิด (PLA) และยางธรรมชาติ (NR) ผสมกับเส้นใยชานอ้อย เพื่อสร้างวัสดุบรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้สำหรับวัตถุชิ้นเล็ก การเลือกใช้ PLA เป็นวัสดุฐานเนื่องจากเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี สามารถขึ้นรูปได้ง่าย ปลอดภัย และสามารถผลิตได้จากทรัพยากรหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม PLA มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ราคาสูง ความเสถียรทางความร้อนต่ำ ความเปราะ และสมบัติการกั้นกั้นที่ไม่ดี การนำยางธรรมชาติมาผสมจึงเป็นการแก้ไขข้อด้อยเหล่านี้โดยเพิ่มความเหนียวและลดต้นทุน การเติมเส้นใยชานอ้อยเข้าไปยิ่งช่วยปรับสมดุลให้โฟมมีความเหนียวและแข็งแรงขึ้น<\/p><p>กระบวนการผลิตโฟมคอมโพสิตใช้เทคนิคการอัดขึ้นรูปร้อน (compression molding) โดยมีการผสมวัสดุด้วยเครื่องอัดรีดเกลียวคู่ก่อน การปรับสัดส่วนของ PLA, NR และเส้นใยชานอ้อยมีความสำคัญต่อสมบัติของโฟม งานวิจัยได้ทดลองหลายสัดส่วนและพบว่าสัดส่วน P20R80F5N2 ให้สมบัติเชิงกลและความร้อนที่ดีที่สุด การดัดแปลงเส้นใยชานอ้อยด้วยสารละลาย NaOH ก็มีผลต่อคุณสมบัติของโฟม<\/p><p>การวิเคราะห์สมบัติของโฟมใช้เทคนิคต่างๆ เช่น Differential Scanning Calorimetry (DSC) Thermogravimetric Analysis (TGA), Universal Tensile Testing และ Scanning Electron Microscopy (SEM) เพื่อศึกษาสมบัติทางความร้อน สมบัติเชิงกล และโครงสร้างจุลภาคของโฟม นอกจากนี้ยังใช้ Fourier Transform Infrared Spectroscopy (FTIR) ในการวิเคราะห์โครงสร้างของเส้นใยชานอ้อยทั้งแบบดัดแปลงและไม่ดัดแปลง<\/p><p>งานวิจัยนี้มีความสำคัญในแง่ของการพัฒนาใช้วัสดุชีวภาพเพื่อทดแทนพลาสติกจากปิโตรเลียมที่ไม่ย่อยสลายได้ การนำยางพาราและเส้นใยชานอ้อยซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของไทยมาใช้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและลดปริมาณขยะพลาสติก การใช้เทคนิคการผลิตที่เหมาะสมและการวิเคราะห์สมบัติที่ครอบคลุม ทำให้ผลงานวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปต่อยอดได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาควรขยายไปสู่การทดสอบสมบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานบรรจุภัณฑ์ เช่น สมบัติการกันซึม การทนต่อความชื้น และความคงทน รวมถึงการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด เช่น การย่อยสลายในสภาพแวดล้อมต่างๆ และการวิเคราะห์วงจรชีวิต (Life Cycle Assessment) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์<\/strong> โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าชิ้นเล็ก เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องสำอาง อาหาร และยา เนื่องจากโฟมที่พัฒนาขึ้นมีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีคุณสมบัติเชิงกลที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปยางพาราและชานอ้อย เนื่องจากช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรเหล่านี้ และยังสามารถต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมที่ต้องการวัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น และสามารถขึ้นรูปได้ง่าย เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับ<strong>นักวิทยาศาสตร์วัสดุ วิศวกรเคมี วิศวกรพอลิเมอร์ และนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ที่ทำงานในด้านการพัฒนาและวิจัยวัสดุใหม่ๆ<\/strong> โดยเฉพาะวัสดุชีวภาพ การมีพื้นฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์วัสดุ เคมีพอลิเมอร์ และเทคนิคการวิเคราะห์วัสดุต่างๆ เช่น DSC, TGA, SEM, FTIR จะเป็นประโยชน์อย่างมาก นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างนวัตกรรมจากทรัพยากรท้องถิ่น อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะและการรีไซเคิลก็สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7216",
        "Headname": "นางธาริณี นามพิชญ์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พอลิแลกติกแอซิด",
            "ยางธรรมชาติ",
            "โฟม",
            "เส้นใยชานอ้อย",
            "การเสื่อมสลายด้วยแสง"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อพัฒนาโฟมชีวภาพจากพอลิเมอร์ชีวภาพฐานพอลิแลกติกแอซิดและยางพารา เพื่อใช้ในงานขนส่ง 2. เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราที่เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ 3. เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้จากการใช้งาน 4. ส่งเสริมการใช้งานบรรจุภัณฑ์จากวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 5. ช่วยในการแก้ไขปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายไม่ได้ให้ลดลง"
    },
    "apa": "นางธาริณี นามพิชญ์. (2563). การพัฒนาไมโครพอรัสโฟมคอมโพสิทที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีส่วนผสมของพอลิแลกติกแอซิดและยางธรรมชาติสำหรับวัตถุชิ้นเล็ก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ระยอง.",
    "chicago": "นางธาริณี นามพิชญ์. 2563. \"การพัฒนาไมโครพอรัสโฟมคอมโพสิทที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีส่วนผสมของพอลิแลกติกแอซิดและยางธรรมชาติสำหรับวัตถุชิ้นเล็ก\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ระยอง.",
    "mla": "นางธาริณี นามพิชญ์. \"การพัฒนาไมโครพอรัสโฟมคอมโพสิทที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีส่วนผสมของพอลิแลกติกแอซิดและยางธรรมชาติสำหรับวัตถุชิ้นเล็ก\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2563. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ระยอง.",
    "vancouver": "นางธาริณี นามพิชญ์. การพัฒนาไมโครพอรัสโฟมคอมโพสิทที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพที่มีส่วนผสมของพอลิแลกติกแอซิดและยางธรรมชาติสำหรับวัตถุชิ้นเล็ก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2563. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ระยอง.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}