{
    "content_title": "การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17397.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัล พลังอำนาจอ่อน&quot;  มุ่งเน้นการศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพของมรดกทางวัฒนธรรมไทยในการสร้าง &quot;พลังอำนาจอ่อนดิจิทัล&quot; (Digital Soft Power)  เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นของวัฒนธรรมไทย  ศิลปะหัตกรรม  และเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น  ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างพลังอำนาจอ่อนในโลกดิจิทัลได้  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของประเทศไทยในด้านเทคโนโลยี  ทรัพยากรมนุษย์  และเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา Digital Soft Power อย่างเต็มศักยภาพ<\/p>\n<p>งานวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนา Digital Soft Power ของไทยอย่างเป็นระบบ  โดยเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลัก คือ ด้านบุคลากร  โครงสร้างพื้นฐาน  และการสร้างพลังศรัทธา  ด้านบุคลากร  งานวิจัยเน้นความจำเป็นในการสร้างและคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ  มีความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็น Digital Content  และเผยแพร่ผ่าน Digital Platform  อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้านโครงสร้างพื้นฐาน  งานวิจัยเสนอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานหรือกลไกในระดับนโยบายเพื่อดูแลและขับเคลื่อนการพัฒนา Digital Soft Power  อย่างต่อเนื่อง  รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี  การสื่อสาร  และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต  ให้มีความพร้อมรองรับการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล<\/p>\n<p>ด้านการสร้างพลังศรัทธา  งานวิจัยเน้นความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น  และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทย  โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่  ให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม  และสามารถนำมาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ  ได้อย่างสร้างสรรค์  งานวิจัยเสนอให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ  เอกชน  และประชาชน  เพื่อร่วมกันสร้างและส่งเสริม Digital Soft Power ของไทย  รวมถึงการสนับสนุนวิสาหกิจวัฒนธรรม  การสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม  และการจัดทำแผนที่ทางวัฒนธรรม  เพื่อให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง<\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังเสนอแนะเชิงนโยบาย  เช่น  การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนามรดกวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์  การกำหนดนโยบายการต่างประเทศที่ชัดเจน  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศสร้างสรรค์  การสร้างฐานข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรม  และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง  เช่น  สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์  เป็นต้น  โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้ได้นำเสนอมุมมองที่ครอบคลุม  และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา Digital Soft Power ของประเทศไทย  อย่างเป็นระบบ  และยั่งยืน  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  และการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมต่อไปนี้:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว:<\/strong>  การนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล  สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มากขึ้น  สร้างรายได้  และยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  การนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล  ทำให้เข้าถึงง่าย  สะดวก  และมีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries):<\/strong>  งานวิจัยนี้สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรม  และการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม  เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ  ที่เป็นเอกลักษณ์  และมีมูลค่าเพิ่ม  เช่น  สินค้าหัตถกรรมดิจิทัล  เกม  แอนิเมชั่น  ภาพยนตร์  หรือแม้แต่การออกแบบผลิตภัณฑ์  โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐาน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT):<\/strong>  การพัฒนา Digital Soft Power  ต้องอาศัยเทคโนโลยี  และแพลตฟอร์มดิจิทัล  งานวิจัยนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรม ICT  เข้าใจความต้องการ  และร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม  เพื่อรองรับการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการศึกษา:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร  และสื่อการเรียนการสอน  เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม  และการสร้างสรรค์นวัตกรรม  เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน  ได้เรียนรู้  และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยชิ้นนี้เหมาะกับบุคคลในอาชีพต่อไปนี้:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>นักวิชาการ\/นักวิจัย:<\/strong>  งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึก  และแนวทางการวิจัยเพิ่มเติม  สำหรับนักวิชาการ  และนักวิจัย  ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม  พลังอำนาจอ่อน  และเศรษฐกิจสร้างสรรค์<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวางแผนกลยุทธ์ (Strategist):<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญ  ในการวางแผนกลยุทธ์  เพื่อการพัฒนา Digital Soft Power ของประเทศ  หรือองค์กร  ทั้งภาครัฐและเอกชน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักการตลาดดิจิทัล (Digital Marketer):<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจ  ถึงวิธีการนำเสนอ  และการตลาดมรดกทางวัฒนธรรม  ผ่านช่องทางดิจิทัล  เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักออกแบบ (Designer):<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจ  ในการสร้างสรรค์ผลงาน  ที่ผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรม  และเทคโนโลยีดิจิทัล  เช่น  การออกแบบเกม  แอนิเมชั่น  หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ (Entrepreneur):<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ  ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม  และเศรษฐกิจสร้างสรรค์  เช่น  การสร้างธุรกิจ  ที่ใช้ประโยชน์จาก Digital Content  เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม  หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์  และบริการ  ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม  และนวัตกรรม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่รัฐ\/ข้าราชการ:<\/strong> โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านวัฒนธรรม  การท่องเที่ยว  และการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์  สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย  และวางแผนการพัฒนาประเทศได้<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "173320",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยมหิดล",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "วัฒนธรรม",
            "ศรัทธา",
            "ศิลปะไทย",
            "อำนาจอ่อน"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องและกรณีศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นตัวอย่างที่ดีด้านพลังอำนาจอ่อนดิจิทัล (Digital Soft Power) เพื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดพลังอำนาจอ่อนดิจิทัล (Digital Soft Power Index) ที่เหมาะสมของประเทศไทยและสามารถสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพื่อสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Content และเผยแพร่ผ่าน Digital Platform อันเป็นการธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. (2565). การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. 2565. \"การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน\". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. \"การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน\". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. สุภาภรณ์ เกียรติสิน. การถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่รูปดิจิทัลพลังอำนาจอ่อน. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}