{
    "content_title": "การเตรียมชานอ้อยขั้นต้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15480.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงชีวมวล (ชานอ้อย) ในโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตอ้อยเป็นหลัก โดยนำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชานอ้อยผ่านกระบวนการทอร์รีแฟคชั่น (Torrefaction) ซึ่งเป็นกระบวนการทางความร้อนที่ทำให้ชานอ้อยมีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น มีค่าความร้อนสูงขึ้น และสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น ลดปัญหาการพึ่งพาปริมาณอ้อยที่จำกัด และเพิ่มความยั่งยืนในการผลิตไฟฟ้าของโรงงาน<\/p><p>งานวิจัยแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนหลัก คือ การทดลองในระดับห้องปฏิบัติการเพื่อศึกษาเงื่อนไขการทอร์รีแฟคชั่นที่เหมาะสม โดยใช้ energy yield เป็นตัวชี้วัดหลัก พิจารณาจากค่าความร้อนและมวลคงเหลือของผลผลิต ขั้นตอนนี้สำคัญในการกำหนดพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น อุณหภูมิ เวลา และบรรยากาศ เพื่อให้ได้ชานอ้อยทอร์ริไฟด์ที่มีคุณภาพสูงสุด ขั้นตอนที่สองเป็นการออกแบบและสร้างระบบทอร์รีแฟคชั่นแบบต่อเนื่องขนาด 3 ตันต่อชั่วโมง เป็นระบบ pilot scale ที่นำไปทดสอบใช้งานจริงในโรงงาน โดยใช้ความร้อนจาก Exhaust Steam และ Superheat steam ซึ่งเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพทางพลังงาน<\/p><p>การออกแบบระบบทอร์รีแฟคชั่นแบบสองขั้นตอนแสดงถึงความเข้าใจในกระบวนการ และความพยายามที่จะควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้สม่ำเสมอ การนำความร้อนเหลือใช้จากกระบวนการผลิตในโรงงานมาใช้ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพลังงาน จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือการทดสอบการใช้ชานอ้อยทอร์ริไฟด์ร่วมกับชานอ้อยดิบ เพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหม้อไอน้ำ และยังคงประสิทธิภาพการผลิตไอน้ำ การทดลองนี้สำคัญมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบทั้งหมด<\/p><p>ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการใช้ชานอ้อยทอร์ริไฟด์ร่วมกับชานอ้อยดิบในอัตราส่วน 4:96 สามารถลดการใช้ชานอ้อยสดลงได้ 3.12% หรือประมาณ 2.04 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นรายปี จะสามารถประหยัดชานอ้อยสดได้ถึง 5,049 ตัน และเพิ่มรายได้จากการขายไฟฟ้าได้ 3,705,177.6 บาทต่อปี ผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ชัดเจนนี้ ยืนยันถึงความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยีทอร์รีแฟคชั่นสำหรับโรงงานน้ำตาล งานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมตั้งแต่การทดลองในห้องปฏิบัติการ การออกแบบและสร้างระบบต้นแบบ จนถึงการประเมินผลทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับงานวิจัยเชิงประยุกต์ ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมได้จริง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล<\/strong> เนื่องจากแก้ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงชีวมวล (ชานอ้อย) ที่เป็นปัญหาสำคัญของโรงงานน้ำตาล การนำชานอ้อยทอร์ริไฟด์มาใช้เป็นเชื้อเพลิง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ลดต้นทุน และเพิ่มความยั่งยืนให้กับโรงงาน นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิง เช่น อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ อุตสาหกรรมพลังงานชีวมวล และอุตสาหกรรมการเกษตร ที่สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพสูงได้<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ ได้แก่ <strong>วิศวกรโยธา วิศวกรเครื่องกล วิศวกรเคมี นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย <\/strong>ผู้จัดการโรงงาน และผู้ประกอบการ วิศวกรจะได้รับประโยชน์จากการศึกษาออกแบบและการสร้างระบบทอร์รีแฟคชั่น นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยี ผู้จัดการโรงงานสามารถนำผลการวิจัยไปปรับปรุงกระบวนการผลิต และผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านพลังงานและความยั่งยืนในโรงงานอุตสาหกรรม<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7357",
        "Headname": "ศ.ดร. ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยขอนแก่น",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เชื้อเพลิง",
            "ชาญอ้อย",
            "อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อวิจัยหาเงื่อนไขการทอร์ริแฟคชั่นที่เหมาะสมกับชานอ้อยในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะใช้ energy yield เป็นตัวกำหนด โดยจะพิจารณาทั้งค่าความร้อนและ มวลคงเหลือของผลผลิตจากกระบวนการทอร์รีแฟคชั่น เพื่อออกแบบ และ สร้างระบบการเตรียมชานอ้อยขั้นต้นและผลิตชานอ้อยทอร์ริไฟด์แบบไหลต่อเนื่อง ขนาด 3 ตันต่อชั่วโมง และให้มีการกระจายความร้อนอย่างทั่วถึง สำหรับใช้เป็นเชื้นีอเพลิงในในระบบการผลิตไอน้ำของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม ทอร์ริไฟด์ทอร์ริไฟด์ เพื่อประเมินสัดส่วนเชื้อเพลิงที่เหมาะสมระหว่างชานอ้อยทอร์ริไฟด์ (torrified bagasse) และชานอ้อยดิบ (raw bagasse) สำหรับทดสอบกับระบบการผลิตไอน้ำของโรงงานน้ำตาลเริ่มอุดม โดยสัดส่วนที่เหมาะสมคือสัดส่วนที่นำไปใช้แล้วไม่กระทบต่อการทำงานของหม้อไอน้ำ ไม่ทำให้ต้องปรับค่าอื่นให้ยุ่งยาก เช่น ไม่ให้ความร้อนสูงเกินจน over heat เพื่อประเมินเปรียบเทียบศักยภาพการผลิตไอน้ำและวิเคราะห์ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ระหว่างการใช้ชานอ้อยทอร์ริไฟด์ (torrified bagasse) และชานอ้อยดิบ (raw bagasse) เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้ในหม้อไอน้ำ"
    },
    "apa": "ศ.ดร. ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร. (2563). การเตรียมชานอ้อยขั้นต้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น.",
    "chicago": "ศ.ดร. ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร. 2563. \"การเตรียมชานอ้อยขั้นต้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น.",
    "mla": "ศ.ดร. ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร. \"การเตรียมชานอ้อยขั้นต้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2563. ขอนแก่น.",
    "vancouver": "ศ.ดร. ธนากร วงศ์วัฒนาเสถียร. การเตรียมชานอ้อยขั้นต้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2563. ขอนแก่น.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}