{
    "content_title": "การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17887.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส\" เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและรายได้ต่ำของประชากรในจังหวัดนราธิวาส โดยอาศัยศักยภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจและสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) หรือที่เรียกรวมๆ ว่า BCG Model<\/p><p>งานวิจัยนี้เริ่มจากการวิเคราะห์ศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง หมายความว่ามีศักยภาพแต่ต้องการการพัฒนาและปรับปรุง ทั้งในด้านแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการ การที่งานวิจัยระบุว่าต้องการการพัฒนาและปรับปรุงองค์ประกอบการท่องเที่ยว เพิ่มสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ลดอุปสรรคในการเข้าถึง และเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความจำเป็นในการลงทุนและพัฒนาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมาอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันด้วย<\/p><p>จากนั้นงานวิจัยจึงเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบนฐาน BCG โดยเน้นความเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย) นี่เป็นจุดแข็งสำคัญของงานวิจัย เพราะการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านจะช่วยขยายตลาด เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้มากขึ้น การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศยังสอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกที่เน้นความยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของชุมชน<\/p><p>นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดึงดูดนักท่องเที่ยว การนำเสนอตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 2 รายการ คือ ชาหมักธรรมชาติและสเปรย์สำหรับช่องปากและลำคอ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการสร้างรายได้ และการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นอกจากจะเป็นสินค้าที่น่าสนใจแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเส้นทางการท่องเที่ยวได้อีกด้วย ทำให้การท่องเที่ยวมีเรื่องราว มีประสบการณ์ และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าการท่องเที่ยวแบบทั่วไป<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศักยภาพการรับนักท่องเที่ยวของพื้นที่ การจัดการขยะ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และกลไกการกระจายรายได้ให้ถึงชุมชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวจะเกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน และเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม<strong>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และท่องเที่ยวชุมชน<\/strong> เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเส้นทางท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยเน้นความยั่งยืน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากร นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและบริการที่ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ที่พัก การขนส่ง และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดให้กับสินค้าเหล่านั้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยว นักวิชาการ และชุมชนท้องถิ่น เหตุผลคือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพิ่มความน่าสนใจให้กับธุรกิจของตน ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและจัดการการท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ส่วนนักวิชาการสามารถนำไปต่อยอดในการวิจัยเชิงลึก และชุมชนท้องถิ่นก็สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้ให้กับตนเอง อาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น <strong>มัคคุเทศก์, ผู้ประกอบการ SMEs, นักออกแบบผลิตภัณฑ์<\/strong>, ก็สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "175207",
        "Headname": "รศ.ดร. ชาคร ประพรหม",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "จังหวัดชายแดนใต้",
            "การท่องเที่ยวโดยชุมชน",
            "ห่วงโซ่คุณค่า",
            "การกระจายรายได้",
            "เศรษฐกิจฐานราก"
        ],
        "ProjectObjective": "1) วิเคราะห์ศักยภาพของทรัพยากรการท่องเที่ยวใน จังหวัดนราธิวาส2) กำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบนฐาน BCG เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดนใต้และประเทศเพื่อนบ้าน3) พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชุมชน"
    },
    "apa": "รศ.ดร. ชาคร ประพรหม. (2565). การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. นราธิวาส.",
    "chicago": "รศ.ดร. ชาคร ประพรหม. 2565. \"การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. นราธิวาส.",
    "mla": "รศ.ดร. ชาคร ประพรหม. \"การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2565. นราธิวาส.",
    "vancouver": "รศ.ดร. ชาคร ประพรหม. การพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวบนจุดเด่นที่หลากหลาย เชื่อมโยงประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2565. นราธิวาส.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}