{
    "content_title": "การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17874.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑ์ถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่นและควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT  เป็นการนำเอาขยะเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม  การใช้ระบบแก๊สซิฟิเคชั่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้  ลดการปล่อยมลพิษ และยังได้พลังงานชีวภาพมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติม  การควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT ช่วยให้การควบคุมกระบวนการผลิตแม่นยำขึ้น  เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดความสูญเสีย  <\/p>\n<p>งานวิจัยได้ศึกษาและทดลองใช้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรหลายชนิด  เช่น เปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เศษไผ่ แกลบ ซังข้าวโพด กะลากาแฟ และชานอ้อย  ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าชนิดของวัตถุดิบส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของถ่านขาวที่ได้  โดยถ่านขาวจากเปลือกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ให้ปริมาณมากที่สุด  ในขณะที่ถ่านขาวจากเศษไผ่มีค่าคาร์บอนคงตัวสูงกว่า 85% ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับการใช้งานบางประเภท  งานวิจัยยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านขาวหลายชนิด  เช่น  มาร์กหน้า ถ่านดูดซับกลิ่น และถ่านขาวอัดแท่ง  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  <\/p>\n<p>นอกจากการทดลองทางเทคนิคแล้ว  งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อม  การคำนวณค่า Energy Recover ซึ่งมากกว่า 1  แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าทางพลังงานของกระบวนการผลิต  การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและระยะเวลาคืนทุนช่วยให้เห็นภาพความเป็นไปได้ทางธุรกิจ  การวิเคราะห์ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ช่วยประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนธุรกิจ  ผลการวิเคราะห์เชิงตลาดแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น  ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวางแผนการตลาด  <\/p>\n<p>โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้มีความครบถ้วน  ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค  เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม  เป็นงานวิจัยที่มีศักยภาพสูงในการนำไปประยุกต์ใช้จริง  ทั้งในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  การสร้างพลังงานทดแทน  และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  การใช้ IoT ในการควบคุมกระบวนการผลิตเป็นจุดเด่นที่ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น  การศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นตรงกับความต้องการของตลาด  อย่างไรก็ตาม  ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมในด้านการขยายขนาดการผลิต  การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  และการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ  เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ  <\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท  ได้แก่:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร:<\/strong>  เนื่องจากงานวิจัยใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  การนำงานวิจัยไปใช้จะช่วยลดปริมาณขยะ  เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้ง  และสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน:<\/strong>  งานวิจัยผลิตพลังงานชีวภาพจากกระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่น  ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานหรือชุมชน  ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง:<\/strong>  ถ่านขาวอัดแท่งสามารถนำไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง  เป็นทางเลือกที่ดีกว่าวัสดุบางชนิดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเวชสำอาง:<\/strong>  ถ่านขาวสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง  เช่น  มาร์กหน้า  ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  ถ่านขาวสามารถนำไปใช้ในการบำบัดน้ำเสีย  หรือดูดซับสารมลพิษ  เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  <\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายประเภท  ได้แก่:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong>  สามารถนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง  สร้างรายได้เพิ่ม  และลดภาระในการจัดการขยะ  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกร:<\/strong>  สามารถนำความรู้ด้านวิศวกรรมไปพัฒนาและปรับปรุงเตาแก๊สซิฟิเคชั่น  และระบบควบคุมด้วย IoT  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัย:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยไปต่อยอด  พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ  และสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน  และการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้ง  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ:<\/strong>  สามารถนำผลิตภัณฑ์จากถ่านขาวไปจำหน่าย  สร้างธุรกิจใหม่  และสร้างรายได้  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักการตลาด:<\/strong>  สามารถนำความรู้ด้านการตลาดไปช่วยวางแผนการตลาด  สร้างแบรนด์  และกระจายสินค้า  <\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "175153",
        "Headname": "ผศ.ดร. กันยาพร ไชยวงศ์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พลังงานชีวภาพ",
            "ถ่านขาว",
            "แก๊สซิฟิเคชั่น",
            "เตาถ่าน",
            "ประสิทธิภาพเชิงความร้อน"
        ],
        "ProjectObjective": "1)เพื่อออกแบบและพัฒนาเตาถ่านขาวที่มีระบบการให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และมีการควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT โดยมีกำลังการผลิต 30 กิโลกรัมต่อวัน และมีคาร์บอนคงที่เป็นองค์ประกอบในถ่านขาวมากกว่า 85%2) เพื่อทดสอบตลาดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านขาว ศึกษาความเป็นไปได้ด้านชนิดผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการกับกลุ่มผู้ชื้อ แสดงผลปริมาณการผลิตที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุน การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์และการสร้างจุดเน้นในการขายให้กับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โดยจะทำการศึกษาและการส่งเสริมการผลิตร่วมกับสถานประกอบการ พร้อมวางแนวทางการต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจใหม่ร่วมกัน 3) เพื่อศึกษาความเหมาะสมเชิงพลังงานจากการวิเคราะห์พลังงานที่ได้ต่อพลังงานที่ป้อนด้วยค่า Energy Recover ซึ่งควรต้องมีการมากกว่า 1 รวมถึงการหาต้นทุนการผลิต ระยะเวลาคืนทุนเพื่อศึกษาผลความเหมาะสมเชิง เศรษฐศาสตร์ และการวิเคราะห์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการผลิตถ่านขาวด้วยเตาที่มีระบบการให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่นและมีการควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT เพื่อนำเสนอถึงผลความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. กันยาพร ไชยวงศ์. (2565). การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา. น่าน.",
    "chicago": "ผศ.ดร. กันยาพร ไชยวงศ์. 2565. \"การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา. น่าน.",
    "mla": "ผศ.ดร. กันยาพร ไชยวงศ์. \"การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, 2565. น่าน.",
    "vancouver": "ผศ.ดร. กันยาพร ไชยวงศ์. การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑถ่านขาวจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรด้วยเตาคู่ควบระบบให้ความร้อนแบบแก๊สซิฟิเคชั่น และควบคุมระบบป้อนอากาศด้วย IoT. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา; 2565. น่าน.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}