{
    "content_title": "การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17862.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐&quot; นี้มุ่งเน้นการสร้างระบบติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 5 อย่างมีประสิทธิภาพ  งานวิจัยรับรู้ถึงปัญหาสำคัญของประเทศไทยคือการขาดระบบติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่ความไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริงและปรับปรุงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ด้วยเหตุนี้ จึงมุ่งหวังที่จะพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น<\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ  โดยเริ่มจากการทบทวนแผนแม่บทเดิม  วิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่  พัฒนาแนวทางการเก็บข้อมูลใหม่  ออกแบบฐานข้อมูล  และกำหนดกระบวนการประเมินผลและรายงานผลอย่างเป็นระบบ  การระบุถึงปัญหา 3 ประการหลัก ได้แก่ ความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล ความไม่ชัดเจนของนิยามในการจัดเก็บข้อมูล และความไม่ทันต่อเวลาและไม่สอดคล้องกันของช่วงเวลาในการนำเข้าข้อมูล  แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความท้าทายที่แท้จริงในการดำเนินงาน  การเสนอแนะให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการข้อมูลและติดตามและประเมินผลในระดับส่วนกลางและระดับจังหวัด  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการ  แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความจำเป็นของการประสานงานและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น  การศึกษาเน้นที่การสร้างระบบและกระบวนการ  อาจยังไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ของแผนแม่บทได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลาสั้นๆ  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นเป้าหมายระยะยาว  การประเมินประสิทธิภาพของระบบใหม่ที่สร้างขึ้น  จึงต้องอาศัยการติดตามผลในระยะยาวต่อไป  นอกจากนี้  งานวิจัยควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางถนน  เช่น  การบังคับใช้กฎหมาย  การออกแบบทางถนน  และพฤติกรรมของผู้ใช้ถนน  ซึ่งอาจช่วยให้การวิเคราะห์มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาแผนแม่บทที่ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม  การมุ่งเน้นการสร้างระบบฐานข้อมูลและกระบวนการติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นรากฐานที่สำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายของแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้าน <strong>การขนส่งและโลจิสติกส์<\/strong>, <strong>ประกันภัย<\/strong>, <strong>ยานยนต์<\/strong>, และ <strong>เทคโนโลยีสารสนเทศ<\/strong>  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>การขนส่งและโลจิสติกส์:<\/strong> อุตสาหกรรมนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุบัติเหตุทางถนน  ข้อมูลจากงานวิจัยจะช่วยในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย  ลดต้นทุนจากอุบัติเหตุ  และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง<\/li>\n<li><strong>ประกันภัย:<\/strong>  ข้อมูลจากงานวิจัยช่วยในการประเมินความเสี่ยง  พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย  และกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย<\/li>\n<li><strong>ยานยนต์:<\/strong>  อุตสาหกรรมนี้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในยานยนต์  เช่น  ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่  และการออกแบบยานยนต์ที่ปลอดภัยมากขึ้น<\/li>\n<li><strong>เทคโนโลยีสารสนเทศ:<\/strong>  งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฐานข้อมูล  ระบบติดตาม  และการวิเคราะห์ข้อมูล  ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมนี้<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในอาชีพด้าน <strong>วิศวกรโยธา<\/strong>, <strong>นักวิเคราะห์ข้อมูล<\/strong>, <strong>นักสถิติ<\/strong>, <strong>นักวางแผนการขนส่ง<\/strong>, <strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข<\/strong>, <strong>เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร<\/strong>, และ <strong>นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน<\/strong>  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>วิศวกรโยธา:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการออกแบบทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น<\/li>\n<li><strong>นักวิเคราะห์ข้อมูล\/นักสถิติ:<\/strong>  มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล  สร้างแบบจำลอง  และประเมินประสิทธิภาพของแผนแม่บท<\/li>\n<li><strong>นักวางแผนการขนส่ง:<\/strong>  สามารถใช้ข้อมูลในการวางแผนการขนส่งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่สาธารณสุข:<\/strong>  เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน  ข้อมูลจากงานวิจัยช่วยในการวางแผนการดูแลรักษาและป้องกัน<\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร:<\/strong>  สามารถใช้ข้อมูลในการบังคับใช้กฎหมายและป้องกันอุบัติเหตุ<\/li>\n<li><strong>นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน:<\/strong>  สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาแนวทางการลดอุบัติเหตุทางถนน<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "175008",
        "Headname": "นายสุเมธ องกิตติกุล",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "แผนแม่บท",
            "ความปลอดภัยทางถนน",
            "๒๕๖๕-๒๕๗๐"
        ],
        "ProjectObjective": "(1) เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นของแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570(2) เพื่อพัฒนาข้อมูลตั้งต้น (baseline data) สำหรับจัดทำตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยทางถนน และฐานข้อมูล (database) สำหรับการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 ทั้งในระดับประเทศและพื้นที่(3)เพื่อสร้างแนวทางอย่างเป็นรูปธรรมในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 ทั้งในช่วงครึ่งทางและเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของแผนดังกล่าว ผ่านการออกแบบกระบวนการ การพัฒนาตัวชี้วัด รวมถึงกำหนดแนวทางการประเมินและรายงานผลอย่างเป็นระบบ"
    },
    "apa": "นายสุเมธ องกิตติกุล. (2565). การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "นายสุเมธ องกิตติกุล. 2565. \"การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐\". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "นายสุเมธ องกิตติกุล. \"การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐\". มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "นายสุเมธ องกิตติกุล. การศึกษาเพื่อติดตามและประเมินผลแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๗๐. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย; 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}