{
    "content_title": "การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15336.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างฟางข้าว เปลือกข้าว กล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ที่ตกเกรดหรือถูกคัดทิ้ง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร  งานวิจัยแบ่งออกเป็นสองกิจกรรมหลัก  กิจกรรมแรกศึกษาการสกัดกากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าว โดยทดลองใช้ตัวทำละลายต่างชนิดและศึกษาเงื่อนไขการสกัดที่เหมาะสม  พบว่าโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 4 โมลาร์ ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสนาน 10 ชั่วโมง (เปลือกข้าว) และ 6 ชั่วโมง (ฟางข้าว) ให้ผลผลิตกากใยอาหารที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด  กากใยอาหารที่ได้มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและอุ้มน้ำมันสูง  และมีศักยภาพในการเป็นพรีไบโอติก  ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารได้  การวิเคราะห์ต้นทุนพบว่าการสกัดจากเปลือกข้าวมีต้นทุนต่ำกว่าฟางข้าวเล็กน้อย  ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ  <\/p>\n<p>กิจกรรมที่สองมุ่งเน้นการพัฒนาฟิล์มบริโภคได้จากแป้งกล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ดิบ  ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าแป้งกล้วยไข่ดิบมีปริมาณโปรตีนและไขมันสูงกว่ากล้วยน้ำว้า  การเพิ่มความเข้มข้นของแป้งกล้วยดิบทำให้ฟิล์มมีความหนาแน่นและความแข็งแรงมากขึ้น  ฟิล์มแป้งกล้วยไข่มีความแข็งแรงมากกว่าฟิล์มแป้งกล้วยน้ำว้าและแป้งมันสำปะหลัง  ในขณะที่ฟิล์มแป้งกล้วยน้ำว้ามีความยืดหยุ่นสูงกว่า  ฟิล์มแป้งกล้วยดิบทั้งสองชนิดมีอัตราการซึมผ่านของไอน้ำต่ำกว่าแป้งมันสำปะหลัง  ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้เป็นฟิล์มห่อบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้สด  นอกจากนี้  การวิเคราะห์ต้นทุนยังชี้ให้เห็นว่าการผลิตฟิล์มจากแป้งกล้วยไข่มีต้นทุนสูงกว่าแป้งกล้วยน้ำว้า  <\/p>\n<p>งานวิจัยนี้มีจุดเด่นที่สำคัญคือการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม  และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร  การศึกษาภาวะการสกัดที่เหมาะสม  การวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีกายภาพและสมบัติเชิงหน้าที่ของผลิตภัณฑ์  รวมทั้งการวิเคราะห์ต้นทุน  ทำให้ผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยควรพัฒนาต่อยอดโดยการทดสอบความปลอดภัย  ประสิทธิภาพในการยืดอายุผลไม้  และการยอมรับจากผู้บริโภค  เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์  การศึกษาตลาดและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ  เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันในตลาดได้  การขยายผลงานวิจัยไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม  การสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการ  และการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร  ก็เป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร  อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป  และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์  <\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมอาหาร:<\/strong>  กากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าวสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหาร  เช่น  อาหารเสริม  ขนม  หรือเครื่องดื่ม  เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ  และเป็นแหล่งของพรีไบโอติก  ฟิล์มจากแป้งกล้วยดิบสามารถนำมาใช้เป็นฟิล์มห่อบรรจุภัณฑ์  สารเคลือบ  หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหาร  เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา  และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร  และลดปริมาณขยะทางการเกษตร  โดยนำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์:<\/strong> ฟิล์มจากแป้งกล้วยดิบที่ได้จากงานวิจัยนี้มีศักยภาพในการเป็นทางเลือกใหม่ของฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และสามารถใช้บรรจุอาหารได้โดยตรง<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร  นักวิจัย  ผู้ประกอบการ  และผู้ที่สนใจด้านการแปรรูปอาหาร  <\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>เกษตรกร:<\/strong>  สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร  เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต  และสร้างรายได้เพิ่มเติมจากวัสดุเหลือทิ้ง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัย:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด  พัฒนา  และวิจัยเพิ่มเติม  เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ  ในด้านอาหาร  และวัสดุชีวภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ประกอบการ:<\/strong>  สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีจากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร  และบรรจุภัณฑ์  ที่มีมูลค่าเพิ่ม  และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ผู้ที่สนใจด้านการแปรรูปอาหาร:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเรียนรู้  และพัฒนา  กระบวนการแปรรูปอาหาร  และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "7159",
        "Headname": "รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "Click",
            "here",
            "to",
            "enter",
            "text."
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อนำขยะเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตรมาแปรรูปและพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และสามารถช่วยลดปัญหาทางสภาพแวดล้อมได้2 เพื่อขยายโอกาสสู้ผู้ประกอบการในการผลิตและนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ทดแทนผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศวัตถุประสงค์รอง-เพื่อศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการผลิตกากใยอาหารจากฟางข้าวและเปลือกข้าว ให้มีสมบัติทางด้าน ความสามารถในการอุ้มน้ำมัน ความสามารถในการอุ้มน้ำ และดัชนีการปลดปล่อยกลูโคสที่ดี รวมทั้งมีสมบัติในการเป็นพรีไบโอติก- เพื่อพัฒนาฟิล์มบริโภคได้จากแป้งกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ ชนิดตกเกรดหรือถูกคัดทิ้ง ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าฟิล์มแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลัง และมีกลิ่นที่ดีสำหรับใช้เป็นสารเคลือบ (coating) และฟิล์มแผ่น (thin film) ใช้ยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ตัดแต่งสดเป้าหมาย กิจกรรมที่ 1 1.ได้ภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดกากใยอาหารจากเปลือกข้าวและฟางข้าว ที่มีสมบัติทางเคมี- กายภาพและสมบัติเชิงหน้าที่ที่ดีขึ้น สามารถนำไปสกัดกากใยอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือทิ้งทางการเกษตรในประเทศไทย ได้แก่ เปลือกข้าวและฟางข้าว2. ส่งเสริมให้มีการนำเปลือกข้าวและฟางข้าวไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้3. ลดการนำเข้ากากใยอาหารจากต่างประเทศ4. สามารถนำกากใยอาหารจากเปลือกข้าวและฟางข้าวไปประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป้าหมาย กิจกรรมที่ 2 1. ได้สภาวะการสกัดแป้ง (แบบหยาบ) จากเศษเหลือทิ้งของกล้วยน้ำว้าดิบ และกล้ายไข่ดิบ2. ได้วิธีการนำมาใช้ประโยชน์ในรูปของฟิล์ม (film) และสารเคลือบ (coating) สำหรับยืดอายุผลไม้ตัดแต่งสด3. เพิ่มมูลค่าของกล้วยดิบ ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางอุตสาหกรรมอาหาร4. เป็นทางเลือกใหม่ในการนำวัตถุดิบที่มีมากมาใช้ประโยชน์เพิ่มมูลค่าแก่ผลิตผลทางการเกษตร5. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถนำไปประยุกต์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้"
    },
    "apa": "รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. (2563). การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. 2563. \"การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. \"การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2563. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "รศ. ดร. อรพิน เกิดชูชื่น. การเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2563. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}