{
    "content_title": "แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17878.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา”  เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งศึกษาการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนในชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนอำเภอเบตง  โดยใช้กรอบแนวคิดการบริหารจัดการของ “ผู้นำสี่เสาหลัก” ซึ่งน่าจะเป็นการอ้างอิงถึงผู้นำทางด้านต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อชุมชน  เช่น ผู้นำทางศาสนา ผู้นำทางเศรษฐกิจ ผู้นำทางการเมือง และผู้นำทางสังคม  งานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจถึงกลไกการอนุรักษ์วัฒนธรรมในบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรมและความซับซ้อนของพื้นที่ชายแดนภาคใต้  โดยมีการพิจารณาถึงบทบาทของ ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว  <\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการจำแนกวัฒนธรรมจีนในเบตงออกเป็น 3 ด้านหลัก  คือ ภาษาจีน ประเพณี และวัฒนธรรมด้านอาหาร  การแบ่งประเภทนี้ช่วยให้การวิเคราะห์มีความชัดเจนและเจาะลึก  โดยเฉพาะการสังเกตเห็นความแตกต่างของการมีส่วนร่วมของผู้นำสี่เสาหลัก  ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม “วัฒนธรรมหลัก” ที่เน้นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว  แต่กลับให้ความสำคัญกับ “วัฒนธรรมย่อย”  ที่เป็นกิจกรรมภายในครอบครัวน้อยกว่า  ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการอนุรักษ์วัฒนธรรมในมิติที่หลากหลาย  และบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การอนุรักษ์ให้ครอบคลุมทั้งวัฒนธรรมหลักและย่อย  <\/p>\n<p>ข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เน้นการสร้างแผนพัฒนาแม่บทเมืองเบตง  โดยความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  สะท้อนถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความจำเป็นในการบูรณาการการพัฒนา  การอนุรักษ์  และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  การเน้นการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม  อาหาร  สภาพแวดล้อม  และวิถีชีวิต  แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัฒนธรรมท้องถิ่น  และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ  และสังคม  <\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังอาจมีข้อจำกัด  เช่น  การศึกษาอาจจำกัดวงเฉพาะกลุ่มตัวอย่าง  หรืออาจขาดการวิเคราะห์เชิงลึกถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ  ที่ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม  การขยายขอบเขตการศึกษา  เช่น  การศึกษาความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่  หรือการวิเคราะห์นโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด  อาจช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของงานวิจัยได้  ถึงกระนั้น  งานวิจัยนี้ก็ถือเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า  และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัฒนธรรมในบริบทของพื้นที่ชายแดนภาคใต้  ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนและพัฒนากิจกรรมต่างๆ  เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนในเบตงต่อไป  และยังสามารถนำไปเป็นกรณีศึกษาในการศึกษาการอนุรักษ์วัฒนธรรมในพื้นที่อื่นๆ  ได้อีกด้วย<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว<\/strong>  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  เนื่องจากงานวิจัยได้ระบุถึงศักยภาพของวัฒนธรรมจีนในเบตงในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว  ทั้งวัฒนธรรมหลักและวัฒนธรรมย่อย  ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชน  และข้อเสนอแนะในการพัฒนาแผนแม่บท  สามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยว  การวางแผนการตลาด  และการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีความหมาย  นอกจากนี้  งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชน  เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  <\/p>\n<p>งานวิจัยยังอาจมีความเกี่ยวข้องกับ <strong>อุตสาหกรรมอาหาร<\/strong>  เนื่องจากวัฒนธรรมด้านอาหารเป็นหนึ่งในสามด้านหลักของวัฒนธรรมจีนในเบตง  ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารจีนในเบตงสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร  การสร้างแบรนด์  และการตลาด  รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารท้องถิ่น  <\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในหลายอาชีพ  เช่น  <strong>นักวิชาการด้านมานุษยวิทยา  นักวิจัยสังคมศาสตร์  นักวางแผนการท่องเที่ยว  นักบริหารการท่องเที่ยว  เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน  และเจ้าหน้าที่ขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว<\/strong>  เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัฒนธรรม  การบริหารจัดการ  และการพัฒนาชุมชน  ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการทำงานของบุคคลเหล่านี้  <\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังมีประโยชน์สำหรับ <strong>ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว  ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร  และนักศึกษาที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม  การท่องเที่ยว  และการพัฒนาชุมชน<\/strong>  เพราะงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนธุรกิจ  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และการสร้างแบรนด์ได้<\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "175195",
        "Headname": "ดร. สุรชัย ไวยวรรณจิตร",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "-",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การบริหารจัดการ",
            "ผู้นำสี่เสาหลัก",
            "วัฒนธรรมจีน"
        ],
        "ProjectObjective": "1. ศึกษาวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา2. ศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้นำสี่เสาหลักและประชาชนต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีน3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนให้ดำรงคงอยู่ท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมภายใต้การบริหารจัดการหนุนเสริมของของศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตามบริบทพลวัตที่แปรเปลี่ยนไป"
    },
    "apa": "ดร. สุรชัย ไวยวรรณจิตร. (2565). แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา. -. ยะลา.",
    "chicago": "ดร. สุรชัย ไวยวรรณจิตร. 2565. \"แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา\". -. ยะลา.",
    "mla": "ดร. สุรชัย ไวยวรรณจิตร. \"แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา\". -, 2565. ยะลา.",
    "vancouver": "ดร. สุรชัย ไวยวรรณจิตร. แนวทางการบริหารจัดการของผู้นำสี่เสาหลักต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมจีนของคนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา. -; 2565. ยะลา.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}