{
    "content_title": "การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17747.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่\" โดยเฉพาะบทคัดย่อที่ให้มา มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์การสร้างพระธาตุที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านการศึกษาตำนานและพงศาวดาร 13 ฉบับ งานวิจัยใช้วิธีการวิจัยเชิงเอกสาร โดยเน้นการวิเคราะห์ความหมาย ชุดความรู้ และการช่วงชิงความหมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระธาตุในมุมมองของทั้งกลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มศรัทธาชน<\/p><p>จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การนำแนวคิดเรื่อง \"วาทกรรม\" และ \"อัตลักษณ์\" มาใช้ในการวิเคราะห์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจถึงวิธีการสร้างความหมายและการสร้างอำนาจผ่านการสร้างพระธาตุ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การสร้างพระธาตุไม่ได้เป็นเพียงการกระทำทางศาสนา แต่ยังเป็นการสร้างอำนาจและความชอบธรรมทางการเมือง กลุ่มผู้ปกครองใช้การสร้างพระธาตุเพื่อสร้างศูนย์กลางอำนาจ โดยสร้างชุดความรู้ที่เชื่อมโยงการสร้างพระธาตุกับการสร้างเมือง การอ้างบุญบารมีของพระเจ้าอโศกมหาราช และการสร้างความชอบธรรมในการครอบครองอาณาบริเวณ ในขณะเดียวกัน กลุ่มศรัทธาชนก็สร้างความหมายของการสร้างพระธาตุในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยเชื่อมโยงกับพุทธานุภาพ ความเชื่อดั้งเดิม และการสร้างประเพณีต่างๆ ที่ทำให้พุทธศาสนาเข้าไปหยั่งรากในท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง<\/p><p>การศึกษา \"การช่วงชิงความหมาย\" แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้เพื่อครอบงำความหมายและอำนาจผ่านการสร้างพระธาตุ กลุ่มผู้ปกครองใช้พิธีกรรมและการสร้างบันทึกทางราชการเพื่อสร้างความชอบธรรม ในขณะที่กลุ่มศรัทธาชนใช้การเล่าขาน การสร้างประเพณี และการผลิตซ้ำวรรณกรรม เพื่อให้ความหมายของการสร้างพระธาตุเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสร้างความหมายทางวัฒนธรรม และแสดงให้เห็นว่าความหมายนั้นไม่ได้เป็นสิ่งคงที่ แต่ถูกสร้างขึ้น ตีความ และต่อรองอยู่ตลอดเวลา<\/p><p>อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของงานวิจัยอาจอยู่ที่การจำกัดขอบเขตการศึกษาเฉพาะในกรณีศึกษาของวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอาจทำให้ขาดบริบทที่กว้างขึ้น การศึกษาเปรียบเทียบกับกรณีศึกษาอื่นๆ อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัยได้ นอกจากนี้ การขยายการวิเคราะห์ให้ครอบคลุมมิติอื่นๆ เช่น มิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพระธาตุ อาจทำให้ผลการวิจัยมีความสมบูรณ์มากขึ้น แม้ว่าบทคัดย่อจะเน้นแค่สามมิติ แต่การขยายความเข้าใจในมิติอื่นๆ จะช่วยให้เห็นภาพการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้ปกครองและกลุ่มศรัทธาชน และกลไกการต่อรองอำนาจ ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจที่จะขยายความในการวิจัยอย่างเต็มรูปแบบ<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อุตสาหกรรมบันเทิง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์<\/strong><\/p><p><strong>เหตุผล:<\/strong> งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับความหมายและการสร้างความหมายของการสร้างพระธาตุ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว เช่น การจัดทัวร์เชิงวัฒนธรรม การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ วรรณกรรม และภาพยนตร์ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมรดกทางวัฒนธรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง การวิเคราะห์เชิงลึกของชุดความรู้และการช่วงชิงความหมายช่วยให้เข้าใจบริบททางสังคมและการเมือง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีมูลค่าสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>นักวิชาการด้านมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี นักวางแผนเมือง นักท่องเที่ยววิทยา และนักวิจัย<\/strong><\/p><p><strong>เหตุผล:<\/strong> งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลเชิงลึกทางประวัติศาสตร์ และการวิเคราะห์เชิงวิชาการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักวิชาการ นักวิจัย และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ข้อมูลการช่วงชิงความหมายสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมือง นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีประโยชน์ต่อนักวางแผนเมืองในการพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรม และนักท่องเที่ยววิทยาในการออกแบบผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ข้อมูลเชิงลึกนี้เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์การอนุรักษ์และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการใช้เป็นกรณีศึกษาในการสอนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174714",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ พรพันธุ์ เขมคุณาศัย",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยทักษิณ",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "รูปแบบ",
            "ทุนทางวัฒนธรรม",
            "การสร้างสรรค์สังคม",
            "ความปกติใหม่"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่ ในมิติวรรณกรรม มิติมรดกทางวัฒนธรรม และมิติการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ พรพันธุ์ เขมคุณาศัย. (2565). การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่. มหาวิทยาลัยทักษิณ. ตรัง, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ พรพันธุ์ เขมคุณาศัย. 2565. \"การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่\". มหาวิทยาลัยทักษิณ. ตรัง, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ พรพันธุ์ เขมคุณาศัย. \"การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่\". มหาวิทยาลัยทักษิณ, 2565. ตรัง, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ พรพันธุ์ เขมคุณาศัย. การสังเคราะห์รูปแบบการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการสร้างสรรค์สังคมแห่งความปกติใหม่. มหาวิทยาลัยทักษิณ; 2565. ตรัง, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}