{
    "content_title": "ภาษาไทย การศึกษาความสามารถและการรับรู้ของผู้สอบต่อแบบทดสอบฟัง-พูดที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรปออนไลน์สองรูปแบบ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17745.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพของแบบทดสอบการพูดภาษาอังกฤษออนไลน์สองรูปแบบ คือ การสัมภาษณ์สดกับผู้สัมภาษณ์ (real-time) และการตอบคำถามที่บันทึกไว้ล่วงหน้า (pre-recorded) โดยใช้กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จำนวน 40 คน จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) มาใช้เป็นกรอบในการออกแบบแบบทดสอบ ซึ่งช่วยให้การประเมินมีความเป็นมาตรฐานและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล แบบทดสอบเน้นประเมินทักษะการพูด 4 ด้าน ได้แก่ การออกเสียง ความคล่องแคล่วในการใช้ภาษา การใช้คำศัพท์ และไวยากรณ์ นอกจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการศึกษาความคิดเห็นของผู้เข้าสอบต่อแบบทดสอบทั้งสองรูปแบบ โดยใช้แบบสอบถามประเมิน 6 ด้าน ได้แก่ ความเที่ยง ความตรง ความเป็นธรรมชาติ ทักษะสัมพันธ์ ผลกระทบ และความเป็นไปได้ในการจัดสอบจริง การใช้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ (Paired-Samples T-Test) และเชิงคุณภาพ (การสัมภาษณ์กลุ่ม) ทำให้ผลการวิจัยมีความครอบคลุมและน่าเชื่อถือมากขึ้น<\/p><p>ผลการศึกษาพบว่า แบบทดสอบรูปแบบ pre-recorded ให้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่ารูปแบบ real-time อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้เข้าสอบรู้สึกกดดันน้อยกว่าในการตอบคำถามแบบ pre-recorded อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากความคิดเห็นของผู้เข้าสอบ พบว่าแบบทดสอบ real-time ได้รับคะแนนความพึงพอใจโดยรวมสูงกว่าในด้านความเที่ยง ความตรง ความเป็นธรรมชาติ ขณะที่แบบทดสอบ pre-recorded ได้รับคะแนนสูงกว่าในด้านผลกระทบและทักษะสัมพันธ์ แสดงให้เห็นว่าทั้งสองรูปแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน และอาจเหมาะสมกับบริบทการใช้งานที่แตกต่างกัน<\/p><p>งานวิจัยชิ้นนี้มีความน่าสนใจตรงที่ได้ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความคิดเห็นของผู้สอบต่อแบบทดสอบออนไลน์สองรูปแบบ ซึ่งเป็นวิธีการทดสอบที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัลและมีความยืดหยุ่นสูง การใช้ CEFR เป็นกรอบอ้างอิงช่วยให้ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้คือกลุ่มตัวอย่างมีขนาดเล็กและมาจากมหาวิทยาลัยเดียว อาจทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถสรุปได้ทั่วไปกับประชากรกลุ่มอื่น การศึกษาในอนาคตควรขยายกลุ่มตัวอย่างให้ครอบคลุมมากขึ้น และศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อประสิทธิภาพของแบบทดสอบ เช่น ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษเดิมของผู้เข้าสอบ ประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ และสภาพแวดล้อมในการทดสอบ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรพิจารณาการพัฒนาแบบทดสอบให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อครอบคลุมทักษะการพูดในด้านอื่นๆ และเพิ่มความน่าสนใจของแบบทดสอบให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้สอบมีส่วนร่วมและแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง<strong>สถาบันการศึกษาที่สอนภาษาอังกฤษ สถาบันทดสอบภาษา และบริษัทพัฒนาสื่อการเรียนการสอนออนไลน์<\/strong> เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของแบบทดสอบการพูดภาษาอังกฤษออนไลน์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวัดและพัฒนาความสามารถทางภาษาของผู้เรียน ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงแบบทดสอบ พัฒนาหลักสูตร และวิธีการสอนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเครื่องมือประเมินผลภาษาอังกฤษออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต และช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการทดสอบและการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีศึกษา หรือ EdTech ก็สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ได้เช่นกัน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินและวัดผลทางการศึกษา เช่น <strong>ครูอาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษ นักวิจัยด้านการประเมิน นักพัฒนาหลักสูตร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายวัดผลและประเมินผล<\/strong> ผลการวิจัยสามารถช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้เข้าใจประสิทธิภาพของแบบทดสอบการพูดออนไลน์ และสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการวัดผล พัฒนาแบบทดสอบ และออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนได้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังเหมาะกับนักภาษาศาสตร์ นักวิจัยด้านเทคโนโลยีการศึกษา และผู้ที่สนใจในการพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลทางการศึกษา ซึ่งสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาต่อไปได้<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174712",
        "Headname": "นางสาวอัญชนา รักทอง",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "แบบทดสอบทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษ",
            "แบบทดสอบที่สร้างตามกรอบมาตรฐานของสหภาพยุโรป"
        ],
        "ProjectObjective": "This study investigates the effects of online integrated listening-speaking tasks: real-time and pre-recorded versions on students' speaking performance and their perceptions of the two different modes of task deliverywith the folllowing purposes.1. To investigate the effectiveness of the real-time and pre-recorded online integrated listening-speaking test tasks, designed and developed in this study, in assessing English oral communication skills as described in the CEFR scales.2. To investgatethe test-takers perceptions of real-time and pre-recorded online integrated listening-speaking test tasks3. To discuss the qualities of the test task designed and theextent to which the test tasks areapplicable in an acutal test situation."
    },
    "apa": "นางสาวอัญชนา รักทอง. (2565). ภาษาไทย การศึกษาความสามารถและการรับรู้ของผู้สอบต่อแบบทดสอบฟัง-พูดที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรปออนไลน์สองรูปแบบ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา.",
    "chicago": "นางสาวอัญชนา รักทอง. 2565. \"ภาษาไทย การศึกษาความสามารถและการรับรู้ของผู้สอบต่อแบบทดสอบฟัง-พูดที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรปออนไลน์สองรูปแบบ\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สงขลา.",
    "mla": "นางสาวอัญชนา รักทอง. \"ภาษาไทย การศึกษาความสามารถและการรับรู้ของผู้สอบต่อแบบทดสอบฟัง-พูดที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรปออนไลน์สองรูปแบบ\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2565. สงขลา.",
    "vancouver": "นางสาวอัญชนา รักทอง. ภาษาไทย การศึกษาความสามารถและการรับรู้ของผู้สอบต่อแบบทดสอบฟัง-พูดที่ออกแบบตามกรอบมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรปออนไลน์สองรูปแบบ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2565. สงขลา.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}