{
    "content_title": "อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17741.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก\" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับอุโบสถไม้ในพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการผสมผสานการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โครงสร้างอาคาร รูปแบบสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม การเลือกศึกษาอุโบสถไม้จำนวน 28 หลัง เป็นตัวอย่างที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์และสรุปผลได้อย่างมีนัยสำคัญ การที่ชุมชนในพื้นที่เลือกใช้วัสดุไม้ในการก่อสร้างอุโบสถแทนวัสดุก่อสร้างแบบทั่วไปสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและการปรับตัวของชุมชนต่อสภาพแวดล้อม ดินที่อ่อนนิ่มและเค็มของพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมเฉพาะตัว อุโบสถไม้จึงเป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างชัดเจน<\/p><p>การศึกษาโครงสร้างอาคารพบว่าอุโบสถไม้มีโครงสร้างเรียบง่ายคล้ายคลึงกับบ้านเรือนไทยภาคกลาง แต่มีการผสมผสานองค์ประกอบบางอย่างจากเรือนไม้อิทธิพลตะวันตก นี่แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่นในการประยุกต์ใช้เทคนิคและวัสดุที่มีอยู่ให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การจำแนกรูปแบบสถาปัตยกรรมอุโบสถไม้ตามลักษณะหลังคา 5 รูปแบบ ช่วยให้เห็นภาพรวมและความหลากหลายของรูปแบบการก่อสร้างได้อย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์งานศิลปกรรมที่พบตั้งแต่รูปแบบเรียบง่ายจนถึงการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางฐานะทางเศรษฐกิจและความเชื่อของชุมชนต่างๆ การผสมผสานศิลปะพื้นถิ่นกับแรงบันดาลใจจากกรุงเทพฯ แสดงถึงการรับเอาอิทธิพลทางวัฒนธรรมเข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว การกำหนดอายุของอุโบสถไม้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24-25 ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในยุคนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><p>งานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการศึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ สังคม และมานุษยวิทยาควบคู่กันไป การนำเสนอข้อมูลที่เป็นระบบและการวิเคราะห์ที่ครอบคลุม ทำให้งานวิจัยนี้มีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่าต่อการศึกษาและการอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมไทย ความครอบคลุมของข้อมูลที่ได้จากตัวอย่างอุโบสถไม้จำนวนมาก ทำให้สามารถสรุปผลได้อย่างน่าเชื่อถือและนำไปสู่การศึกษาต่อยอดในอนาคตได้อีกมากมาย ตัวอย่างเช่น การศึกษาเปรียบเทียบกับอุโบสถไม้ในพื้นที่อื่นๆ หรือการศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการก่อสร้างและวัสดุที่ใช้โดยละเอียด นอกจากนี้ การศึกษาเรื่องอายุของอุโบสถไม้ยังช่วยให้สามารถทำแผนที่ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม <\/strong>เพราะข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประวัติศาสตร์ของอุโบสถไม้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยยังสามารถนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุโบสถไม้ เช่น ของที่ระลึก สินค้าทำมือ หรือการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างอาคารแบบอนุรักษ์ สามารถนำความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง วัสดุ และเทคนิคการก่อสร้างอุโบสถไม้มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและสร้างอาคารที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>นักวิชาการด้านสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา และโบราณคดี <\/strong>เนื่องจากงานวิจัยนี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวิจัยเชิงลึกในสาขาต่างๆ นักวิชาการสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์ วิจัย และตีความข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เพราะงานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจถึงคุณค่าและความสำคัญของอุโบสถไม้ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์และฟื้นฟู สถาปนิก นักออกแบบ และช่างฝีมือสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและรูปแบบสถาปัตยกรรมไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้ นอกจากนี้ มัคคุเทศก์ ไกด์นำเที่ยว และผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย และสร้างรายได้ให้กับชุมชน<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174707",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยศิลปากร",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "อุโบสถไม้",
            "สถาปัตยกรรมไทย",
            "ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน"
        ],
        "ProjectObjective": "1 ศึกษาปัจจัยด้านต่างๆ ที่เอื้อต่อการสร้างอุโบสถไม้บริเวณรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก2 ศึกษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของอุโบสถไม้บริเวณรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก3 ศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบศิลปกรรมของอุโบสถไม้ที่สร้างขึ้นบริเวณรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร. (2565). อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก. มหาวิทยาลัยศิลปากร. เพชรบุรี.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร. 2565. \"อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก\". มหาวิทยาลัยศิลปากร. เพชรบุรี.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร. \"อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก\". มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2565. เพชรบุรี.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร. อุโบสถไม้พื้นถิ่นของชุมชนรอบอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก. มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2565. เพชรบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}