{
    "content_title": "การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในยุคที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด 19",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17712.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของระบบ Smart Bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ (Doctor N Medigel) สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19  งานวิจัยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ  คือ การเปรียบเทียบอุบัติการณ์แผลกดทับระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้และไม่ใช้เตียงพลิกตะแคง  การประเมินความพึงพอใจและความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ควบคุมเตียง  และการประเมินเชิงบริหารด้านการลดภาระงานพยาบาล  <\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ  การพลิกตะแคงผู้ป่วยติดเตียงเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานและเวลาของพยาบาลจำนวนมาก  ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของพยาบาลและการแพร่กระจายเชื้อโรค  ระบบ Smart Bed ช่วยลดภาระงานนี้ได้โดยอัตโนมัติ  ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บของพยาบาล  และลดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างพยาบาลกับผู้ป่วย  ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่<\/p>\n<p>การศึกษาอุบัติการณ์แผลกดทับในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้และไม่ใช้เตียงพลิกตะแคงเป็นการวัดประสิทธิผลของระบบอย่างตรงไปตรงมา  การประเมินความพึงพอใจและความปลอดภัยของซอฟต์แวร์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าระบบใช้งานง่าย  ปลอดภัย  และมีประสิทธิภาพ  การประเมินเชิงบริหารด้านการลดภาระงานพยาบาลจะช่วยประเมินผลกระทบต่อระบบการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาล  และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการจัดสรรกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา  เช่น  ขนาดกลุ่มตัวอย่าง  ระยะเวลาการศึกษา  และความหลากหลายของกลุ่มผู้ป่วย  การศึกษาที่มีกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และระยะเวลาการศึกษานานขึ้นจะทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น  การศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความหลากหลายของสภาพร่างกายและโรคประจำตัวจะทำให้ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น  นอกจากนี้  ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างการใช้ระบบ Smart Bed กับการใช้แรงงานคนในการดูแลผู้ป่วยเพื่อประเมินความคุ้มค่าของระบบอย่างครบถ้วน<\/p>\n<p>งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงประยุกต์ที่สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการดูแลผู้ป่วยติดเตียงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่  การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยเป็นแนวทางที่สำคัญในการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย  และช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศ<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการแพทย์  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์  อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทางการแพทย์  และอุตสาหกรรมผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปพัฒนาและปรับปรุงเตียงพลิกตะแคงและระบบควบคุม  รวมถึงเบาะเจลยางพารา  ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงขึ้น  สามารถนำไปผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทางการแพทย์:<\/strong>  งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมเตียง  การวิเคราะห์ความปลอดภัยของซอฟต์แวร์  และการออกแบบระบบที่ใช้งานง่าย  จึงเหมาะสำหรับบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ทางการแพทย์เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ:<\/strong>  โรงพยาบาล  สถานพยาบาล  และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วย  ลดภาระงานพยาบาล  และปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วย  เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนในการดูแลผู้ป่วยระยะยาว<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์หลายสาขา  เช่น  พยาบาล  นักกายภาพบำบัด  แพทย์  วิศวกรชีวการแพทย์  และนักวิจัยด้านการดูแลสุขภาพ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>พยาบาล:<\/strong>  พยาบาลจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดภาระงานในการพลิกตะแคงผู้ป่วย  ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ  และสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น  อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักกายภาพบำบัด:<\/strong>  สามารถใช้ข้อมูลจากการวิจัยในการวางแผนการบำบัดรักษาผู้ป่วย  และประเมินผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>แพทย์:<\/strong>  สามารถใช้ข้อมูลจากการวิจัยในการประเมินความเสี่ยง  วางแผนการรักษา  และติดตามอาการผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>วิศวกรชีวการแพทย์:<\/strong> สามารถนำความรู้และทักษะทางด้านวิศวกรรมไปพัฒนาและปรับปรุงระบบ Smart Bed ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยด้านการดูแลสุขภาพ:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอดในการวิจัยอื่นๆ  เช่น การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบในกลุ่มผู้ป่วยประเภทต่างๆ  หรือการพัฒนาระบบให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "174617",
        "Headname": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นลินี โกวิทวนาวงษ์",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เตียงพลิกตะแคง",
            "ระบบควบคุม",
            "ผู้พิการ",
            "เครื่องมือแพทย์",
            "โควิด",
            "19"
        ],
        "ProjectObjective": "1.เพื่อเปรียบเทียบอุบัติการณ์การเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยกลุ่มที่ใช้เตียงพลิกตะแคงและในกลุ่มที่ไม่ได้ใช้เตียงพลิกตะแคง2.ประเมินความพึงพอใจในการใช้งานของ software และปรับฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะสมและสะดวกกับผู้ใช้งาน โดยเน้นเรื่อง risk management ของ software เพื่อวิเคราะห์เรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน3.ประเมินเชิงบริหารในด้านการลดการทำงานของพยาบาล และการจัดกำลังพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย"
    },
    "apa": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นลินี โกวิทวนาวงษ์. (2565). การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในยุคที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด 19. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นลินี โกวิทวนาวงษ์. 2565. \"การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในยุคที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด 19\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นลินี โกวิทวนาวงษ์. \"การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในยุคที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด 19\". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นลินี โกวิทวนาวงษ์. การพัฒนาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel เพื่อการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในยุคที่มีการระบาดของโรคอุบัติใหม่โควิด 19. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2565. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}