{
    "content_title": "การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace)",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18312.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace)” นี้เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมไทย เนื่องจากประเทศไทยมีประชากรผู้พิการขาขาดจำนวนมาก และการเข้าถึงขาเทียมคุณภาพสูงนั้นยังมีข้อจำกัดทั้งในแง่ของราคาและคุณภาพของขาเทียมที่มีอยู่ในท้องตลาด งานวิจัยนี้ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญนี้ได้อย่างตรงจุด โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีขาเทียมคุณภาพสูงในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการพัฒนา “เท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมขาเทียมที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับขาเทียมนำเข้าจากต่างประเทศ แต่มีราคาถูกกว่าถึง 2-5 เท่า การได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO10328 และ ISO13485 ยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ กระบวนการวิจัยยังครอบคลุมการทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial) กับผู้พิการจริง โดยความร่วมมือกับโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร และคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศิริราชพยาบาล ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การจัดตั้งบริษัท มุทา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรับผิดชอบการผลิตและจำหน่าย แสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และขยายผลสู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง<\/p><p>นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูล Feedback จากผู้ใช้งาน เพื่อประเมินผลการใช้งานและคุณภาพชีวิตของผู้พิการหลังจากใช้เท้าเทียม ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป การได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สะท้อนถึงความสำคัญและศักยภาพของงานวิจัยนี้ การมอบเท้าเทียมให้กับผู้พิการขาขาด 200 ราย ผ่านการร่วมมือกับโรงพยาบาล 17 แห่งทั่วประเทศ เป็นการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการนำงานวิจัยมาใช้แก้ปัญหาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น จำนวนผู้รับการทดลองที่อาจจะยังไม่เพียงพอ ในการสรุปผลการวิจัยอย่างครอบคลุม แม้ว่าจะมีการทดสอบทางคลินิกแล้ว แต่การติดตามผลระยะยาว อาจจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความทนทานของเท้าเทียมในระยะยาว นอกจากนี้ การขยายผลโครงการไปสู่การผลิตและจำหน่ายในวงกว้าง อาจต้องมีการวางแผนด้านการตลาดและการจัดจำหน่ายอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้พิการทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเท่าเทียม การพิจารณาถึงความหลากหลายของสรีระผู้ใช้งาน และการพัฒนาเท้าเทียมให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล ก็นับเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาในอนาคต<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมการแพทย์โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ<\/strong> เหตุผลสำคัญคือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสูง ได้มาตรฐานสากล และมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะช่วยขยายตลาดเครื่องมือแพทย์ในประเทศ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดงานวิจัยไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการได้อีกด้วย เช่น อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหว หรืออุปกรณ์ช่วยในการใช้ชีวิตประจำวัน การนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพทางด้าน<strong>วิศวกรรมชีวการแพทย์, วิศวกรรมเครื่องกล, แพทย์เฉพาะทางด้านกายอุปกรณ์, นักกายภาพบำบัด, และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ <\/strong>วิศวกรชีวการแพทย์สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ขาเทียมให้ดียิ่งขึ้น แพทย์เฉพาะทางด้านกายอุปกรณ์และนักกายภาพบำบัดสามารถนำขาเทียมไปใช้ในการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่ผู้ป่วย ส่วนผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจ โดยการผลิตและจำหน่ายขาเทียมคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม อาชีพเหล่านี้จะได้รับประโยชน์และสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "183854",
        "Headname": "รศ.ดร. ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ",
        "ProjectYearSubmit": "2566",
        "DepartmentTH": "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เท้าเทียมไดนามิก",
            "ผู้พิการขาขาด",
            "เอสเพส"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อผลิตและแจกจ่ายเท้าเทียมไดนามิก sPace จำนวน 200 ชุด ให้ผู้พิการขาขาด2. เพื่อเพิ่มโอกาสและคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการขาขาดได้มีโอกาสใช้นวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกคุณภาพสูง3. เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล Feedback จากผู้พิการที่ได้รับเท้าเทียมไดนามิกส์ในโครงการฯ"
    },
    "apa": "รศ.ดร. ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ. (2566). การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "รศ.ดร. ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ. 2566. \"การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace)\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "รศ.ดร. ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ. \"การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace)\". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2566. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "รศ.ดร. ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ. การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนพิการขาขาดทั่วประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเท้าเทียมไดนามิกเอสเพส (sPace). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2566. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}