{
    "content_title": "องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18294.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2><p>งานวิจัยเรื่อง \"องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน\" นี้ มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับพืชวงศ์ขิงมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพสองชนิด คือ ชาสมุนไพรผสมพืชวงศ์ขิง 5 ชนิด และเจลลี่ขมิ้น\/ขิง โดยมีกระบวนการวิจัยที่ครอบคลุมและเป็นระบบ เริ่มจากการศึกษาและเลือกสูตรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมโดยใช้เทคนิค Mixture Design ด้วยโปรแกรม Design-Expert version 7 ซึ่งเป็นวิธีการทางสถิติที่ช่วยในการออกแบบการทดลองและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถกำหนดสัดส่วนของส่วนผสมต่างๆ ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค<\/p><p>การวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยรับประกันคุณภาพและความน่าดึงดูดของผลิตภัณฑ์ การใช้ 9–Point Hedonic Scale ในการทดสอบทางประสาทสัมผัส เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การวัดค่าต่างๆ เช่น ค่าความสว่าง (L<i>), ค่าสีแดง (a<\/i>), ค่าสีเหลือง (b*), กิจกรรมของน้ำ (aw), ปริมาณความชื้น, เถ้า, เส้นใย, โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, พลังงาน, ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด (TPC), และกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระ DPPH ล้วนแต่เป็นข้อมูลสำคัญที่บ่งบอกถึงคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ การศึกษาอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ทั้งจากการทดลองโดยตรงและการคาดการณ์โดยใช้สภาวะเร่ง เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตสามารถกำหนดอายุการเก็บรักษาที่เหมาะสมและวางแผนการผลิตและจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><p>งานวิจัยนี้มีความน่าสนใจตรงที่ไม่เพียงแต่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน การเลือกใช้พืชวงศ์ขิงเป็นวัตถุดิบหลัก นอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชท้องถิ่นแล้ว ยังส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน และช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน การวิจัยนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย จุดแข็งอีกประการหนึ่งของงานวิจัยนี้คือความครบถ้วนของข้อมูล ตั้งแต่การออกแบบการทดลอง การวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ การทดสอบทางประสาทสัมผัส จนถึงการศึกษาอายุการเก็บรักษา ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างไรก็ตาม ควรมีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขยายผลการวิจัยไปสู่ระดับอุตสาหกรรม รวมถึงการพิจารณาต้นทุนการผลิต กลยุทธ์การตลาด และการสร้างแบรนด์ เพื่อให้สามารถสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ<\/strong> เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการวิจัย คือ ชาสมุนไพรและเจลลี่ขิงขมิ้น ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ การวิจัยยังให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่นิยมใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและมีคุณภาพสูง ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษาอายุการเก็บรักษาอย่างละเอียด ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการผลิตและการจัดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากพืชวงศ์ขิง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ <\/strong>โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์หรือพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากงานวิจัยนี้ใช้พืชวงศ์ขิงในท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบหลัก ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้และสูตรผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานวิจัยไปต่อยอดและปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับเกษตรกรที่ปลูกพืชวงศ์ขิง เนื่องจากงานวิจัยนี้ช่วยสร้างตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเหมาะกับนักวิจัย นักวิชาการ หรือบุคลากรทางด้านอาหาร ที่สนใจศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชวงศ์ขิงต่อไป และอาจนำไปประยุกต์ใช้กับพืชสมุนไพรชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "183642",
        "Headname": "รศ.ดร. สุรพล แสนสุข",
        "ProjectYearSubmit": "2566",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยมหาสารคาม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พืชวงศ์ขิง",
            "ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ",
            "วิสาหกิจชุมชน",
            "กาฬสินธุ์"
        ],
        "ProjectObjective": "4.1 เพื่อศึกษากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชวงศ์ขิง 2 ผลิตภัณฑ์4.2 เพื่อพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์จากพืชผลิตภัณฑ์จากพืชวงศ์ขิงได้แก่ ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรผสมพืชวงศ์ขิง 5 ชนิด และ เจลลี่ขมิ้น\/ขิงให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค4.3 เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และการยอมรับทางประสาทสัมผัสของผู้บริโภค4.4 เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรผสมพืชวงศ์ขิง 5 ชนิด และ เจลลี่ขมิ้น\/ขิง4.5 เพื่อศึกษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ระหว่างการเก็บรักษา"
    },
    "apa": "รศ.ดร. สุรพล แสนสุข. (2566). องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. กาฬสินธุ์, มหาสารคาม.",
    "chicago": "รศ.ดร. สุรพล แสนสุข. 2566. \"องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. กาฬสินธุ์, มหาสารคาม.",
    "mla": "รศ.ดร. สุรพล แสนสุข. \"องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2566. กาฬสินธุ์, มหาสารคาม.",
    "vancouver": "รศ.ดร. สุรพล แสนสุข. องค์ความรู้พืชวงศ์ขิงสู่การเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของวิสาหกิจชุมชนและท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2566. กาฬสินธุ์, มหาสารคาม.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}