{
    "content_title": "การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18202.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาการพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือน (VR) สำหรับเสริมสร้างสมรรถนะทางสมอง ความจำ และความผาสุกของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย  จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การบูรณาการเทคโนโลยี VR เข้ากับการฝึกฝนด้านการทำงานของสมองอย่างครอบคลุม  การออกแบบแอปพลิเคชันที่จำลองสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน เช่น ห้องครัว ห้องนอน สวนหย่อม ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น  ทำให้ผู้สูงอายุสามารถฝึกทักษะต่างๆ ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและปลอดภัย  ซึ่งแตกต่างจากการฝึกฝนแบบเดิมที่อาจจำกัดหรือไม่น่าสนใจเท่า<\/p>\n<p>นอกจากการพัฒนาแอปพลิเคชันแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการประเมินผลอย่างเข้มข้น โดยใช้ทั้งแบบทดสอบทางพฤติกรรม เช่น Trail-Making Test, Backward Digit Span, Go\/noGo Task, Forward Digit Span, และ Corsi Block Tapping Test  ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในการวัดความจำและการทำงานของสมอง  การใช้แบบประเมินความผาสุกของผู้สูงอายุ ก็เป็นการครอบคลุมมิติทางอารมณ์และคุณภาพชีวิต  อีกทั้งยังใช้การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางสมองก่อนและหลังการใช้แอปพลิเคชัน  การนำ EEG มาใช้เป็นเครื่องมือวิจัยถือว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการศึกษา เนื่องจากสามารถสะท้อนถึงการทำงานของสมองในระดับลึกได้<\/p>\n<p>ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน VR ในการปรับปรุงสมรรถนะทางสมองและความจำของผู้สูงอายุทั้งกลุ่มที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อยและกลุ่มปกติ  ค่า Cohen’s d ที่ได้แสดงให้เห็นถึงขนาดของผลกระทบที่ค่อนข้างสูง  โดยเฉพาะในด้านความจำ  ซึ่งบ่งชี้ว่าแอปพลิเคชัน VR มีความสามารถในการกระตุ้นและพัฒนาความสามารถด้านความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ  แม้ว่าผลกระทบต่อความผาสุกจะพบในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อยมากกว่ากลุ่มปกติ  แต่ก็ยังถือเป็นผลการวิจัยที่น่าสนใจและสามารถนำไปต่อยอดได้  การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าสมองก็ช่วยให้เข้าใจกลไกการทำงานของสมองที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการใช้แอปพลิเคชัน  ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยยืนยันประสิทธิภาพและกลไกการทำงานของแอปพลิเคชันได้เป็นอย่างดี<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่อาจไม่ใหญ่พอที่จะสรุปผลได้อย่างสมบูรณ์สำหรับทุกกลุ่มประชากร  หรือการศึกษาที่เน้นไปที่ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อยและผู้สูงอายุปกติ อาจไม่ครอบคลุมผู้สูงอายุกลุ่มอื่นๆ ที่มีความต้องการแตกต่างกัน  การศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายและมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงมีความจำเป็น  นอกจากนี้  การติดตามผลในระยะยาวก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยยืนยันความยั่งยืนของผลการปรับปรุงสมรรถนะทางสมองและความจำ  การพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย ก็เป็นอีกทิศทางที่น่าสนใจ  เช่น การปรับแต่งความยากง่ายของเกมให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้ใช้แต่ละคน<\/p>\n<p>โดยสรุป  งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพ  ที่นำเสนอวิธีการใหม่ในการเสริมสร้างสมรรถนะทางสมองและความจำของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี VR  ผลการวิจัยที่ได้มีนัยสำคัญทางสถิติและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  แต่ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลการวิจัยและขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรที่กว้างขึ้น<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์, อุตสาหกรรมเกมและความบันเทิง, และอุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์:<\/strong>  แอปพลิเคชัน VR ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถนะทางสมองของผู้สูงอายุได้  การวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี VR  และสามารถสร้างรายได้จากการขายลิขสิทธิ์หรือการจำหน่ายแอปพลิเคชัน  บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเกมและความบันเทิง:<\/strong>  แอปพลิเคชัน VR นี้มีลักษณะคล้ายเกมที่สนุกสนานและน่าสนใจ  สามารถดึงดูดความสนใจของผู้สูงอายุและกระตุ้นให้มีการใช้แอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง  บริษัทเกมสามารถนำแนวคิดและเทคนิคการออกแบบเกมจากงานวิจัยนี้ไปพัฒนาเกมเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุ:<\/strong>  แอปพลิเคชัน VR สามารถนำไปใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุ  ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ  หรือแม้แต่ใช้ที่บ้าน  เพื่อช่วยในการดูแลผู้สูงอายุ  ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ในอุตสาหกรรมนี้<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, นักกายภาพบำบัด, นักจิตวิทยา,  และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ:<\/strong>  งานวิจัยนี้มีข้อมูลเชิงลึกทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา  ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการวิจัยในด้านอื่นๆ  เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชัน VR สำหรับกลุ่มโรคอื่นๆ  หรือการศึกษาผลกระทบระยะยาวของการใช้แอปพลิเคชัน VR<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักพัฒนาซอฟต์แวร์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน VR ที่มีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย  นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปปรับปรุงและพัฒนาแอปพลิเคชันให้ดียิ่งขึ้น<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักกายภาพบำบัด:<\/strong>  แอปพลิเคชัน VR สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถนะทางสมองและร่างกาย  นักกายภาพบำบัดสามารถนำแอปพลิเคชันนี้ไปใช้ในการบำบัดผู้สูงอายุ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักจิตวิทยา:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการประเมินและปรับปรุงสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ  นักจิตวิทยาสามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปช่วยในการวางแผนการบำบัดและการให้คำปรึกษา<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ:<\/strong>  แพทย์สามารถใช้แอปพลิเคชัน VR เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาและการดูแลผู้สูงอายุ  และสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการตัดสินใจทางการแพทย์<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "183315",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี มากมี",
        "ProjectYearSubmit": "2566",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยบูรพา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "คำสำคัญ",
            "แอปพลิเคชั่นความเป็นจริงเสมือน",
            "ภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย",
            "การบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง",
            "ผู้สูงอายุในชุมชน",
            "การทำงานของสมอง"
        ],
        "ProjectObjective": "3.1 เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุ 3.2 เพื่อศึกษาผลการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการ 3.2.1 เปรียบเทียบหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ระหว่างก่อนกับหลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนในกลุ่มทดลอง 3.2.2 เปรียบเทียบความจำ ระหว่างก่อนกับหลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนกลุ่มทดลอง 3.2.3 เปรียบเทียบความผาสุก ระหว่างก่อนกับหลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนกลุ่มทดลอง 3.2.4 เปรียบเทียบหน้าที่การบริหารจัดการสมอง หลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม 3.2.4เปรียบเทียบความจำ หลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม 3.2.6 เปรียบเทียบความผาสุก หลังการใช้แอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม 3.2.7 เปรียบเทียบคลื่นไฟฟ้าสมอง ขณะทำวัดหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำ และความผาสุกระหว่างก่อนกับหลังการฝึกด้วยแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือน ในกลุ่มทดลอง 3.2.8 เปรียบเทียบคลื่นไฟฟ้าสมอง ขณะทำวัดหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำ และความผาสุกหลังการฝึกด้วยแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือน ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 3.3 เพื่อวิเคราะห์เครือข่ายการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมองขณะทำแบบวัดหน้าที่การบริหารสมอง ความจำและความผาสุก 3.3.1 เปรียบเทียบเครือข่ายการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมองขณะทำแบบวัดหน้าที่การบริหารสมอง ความจำและความผาสุก ระหว่างก่อนกับหลังการฝึกด้วยแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือน ในกลุ่มทดลอง 3.3.2 เปรียบเทียบเครือข่ายการทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมองขณะทำแบบวัดหน้าที่การบริหารสมอง ความจำและความผาสุก หลังการทดลอง ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี มากมี. (2566). การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง. มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี มากมี. 2566. \"การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง\". มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี มากมี. \"การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง\". มหาวิทยาลัยบูรพา, 2566. ชลบุรี.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี มากมี. การพัฒนาแอปพลิเคชันความเป็นจริงเสมือนแบบบูรณาการสำหรับเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ความจำและความผาสุกของผู้สูงอายุปกติและที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย: การศึกษาเชิงพฤติกรรมและคลื่นไฟฟ้าสมอง. มหาวิทยาลัยบูรพา; 2566. ชลบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}