{
    "content_title": "การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18093.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากกล้วยตากและไซรัปกล้วยตาก โดยผสมสารฟังก์ชันนัลเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ กระบวนการผลิตใช้เทคนิคการสเตอริไลเซชันเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและคงคุณภาพ งานวิจัยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสูตร การทดลองผลิตในระดับโรงงาน การวิเคราะห์คุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย และการศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้กล้วยตากเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่มากในประเทศไทย การแปรรูปกล้วยตากให้เป็นผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ การใช้สารฟังก์ชันนัลต่างๆ เช่น อินนูลินผง คาราจีแนน ผงบุก และอะการ์ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับผลิตภัณฑ์ เช่น เพิ่มกากใยอาหาร และยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของเยลลี่ให้มีความหนืดและสัมผัสที่เหมาะสม กระบวนการสเตอริไลเซชันที่ใช้เป็นวิธีการถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น การวิเคราะห์คุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ และความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เป็นการรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภค การศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาดและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบข้อจำกัดบางประการ เช่น ค่า pH ของผลิตภัณฑ์เยลลี่สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 213) จึงต้องใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 349) พ.ศ.2556 ในการยื่นขอเลขสารบบ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสีผลิตภัณฑ์ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง โดยเฉพาะค่าความสว่าง เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข อาจต้องศึกษาสภาวะเร่งในค่าสีเพื่อกำหนดอายุของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นฟิล์มใส โดยไม่มีฉลากสีกั้นช่วยบังแสง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ<\/p><p>แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่โดยรวมแล้วงานวิจัยนี้มีคุณค่าและประโยชน์อย่างมาก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากกล้วยตาก เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร และยังเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติอร่อย และมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารได้เป็นอย่างดี การศึกษาตลาดและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะการเน้นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างความแตกต่าง (Differentiated strategy) เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย การกำหนดราคาที่เหมาะสมและการเลือกช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จในตลาดได้<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป <\/strong>โดยเฉพาะ<strong>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตขนม ของหวาน และผลิตภัณฑ์จากผลไม้<\/strong> เหตุผลสำคัญคือ งานวิจัยนี้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่ที่มีส่วนผสมหลักจากกล้วยตาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่มากในประเทศไทย การนำกล้วยตากมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ การใช้กระบวนการสเตอริไลเซชัน ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถจำหน่ายและกระจายสินค้าได้ในวงกว้าง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ที่ต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน และสะดวกต่อการบริโภค อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เหมาะสม เนื่องจากผลิตภัณฑ์เน้นส่วนประกอบจากธรรมชาติ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้ที่สนใจในธุรกิจอาหาร <\/strong>โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านการผลิตและการตลาดอาหาร ผู้ประกอบการสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างธุรกิจใหม่ นักวิจัยสามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอด และทำการวิจัยเพิ่มเติม เช่น การศึกษาเกี่ยวกับการยืดอายุการเก็บรักษา หรือการพัฒนาสูตรใหม่ๆ ส่วนผู้ที่สนใจในธุรกิจอาหาร สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปปรับใช้ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และสร้างความแตกต่างในตลาด นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักเทคโนโลยีอาหารที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในประเทศ อาชีพอื่นๆเช่น นักการตลาดอาหาร ก็สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จได้<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "180160",
        "Headname": "นางวรรณภา สระพินครบุรี",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน2) เพื่อทดลองผลิตผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการ สเตอริไลเซชันในระดับโรงงานผลิต จำนวน 500 - 1,000 ชิ้น3) วิเคราะห์คุณภาพ คุณค่าโภชนาการและความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 213) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพระหว่างการเก็บรักษา (ณ อุณหภูมิห้อง) ของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น4) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาดเบื้องต้น และออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับให้ผู้ประกอบการนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ศึกษา"
    },
    "apa": "นางวรรณภา สระพินครบุรี. (2565). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา.  .",
    "chicago": "นางวรรณภา สระพินครบุรี. 2565. \"การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา.  .",
    "mla": "นางวรรณภา สระพินครบุรี. \"การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, 2565.  .",
    "vancouver": "นางวรรณภา สระพินครบุรี. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมเยลลี่จากเนื้อกล้วยตากและไซรัปกล้วยตากผสมสารฟังก์ชันนัลด้วยกระบวนการสเตอริไลเซชัน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา; 2565.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}