{
    "content_title": "บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17968.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2><p>งานวิจัยเรื่อง \"บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม\" นี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและคุณลักษณะของนักศึกษาให้สามารถเป็นวิศวกรสังคมที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้และนวัตกรรมไปแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนได้ งานวิจัยนี้ใช้ทั้งวิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยส่วนเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเพื่อวัดความพึงพอใจและระดับความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา ก่อนและหลังการอบรม ใช้สถิติเช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ในการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนเชิงคุณภาพใช้การวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) โดยให้นักศึกษาลงพื้นที่จริงเพื่อนำความรู้ไปแก้ปัญหาชุมชน การใช้ทั้งสองวิธีการนี้ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการเน้นการปฏิบัติจริง นักศึกษาไม่ได้รับเพียงทฤษฎี แต่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ทำงานจริง นำความรู้และทักษะที่เรียนรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชุมชน ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึกและการพัฒนาทักษะที่จำเป็น นอกจากนี้ การมุ่งเน้นให้พัฒนาทักษะ 4 ประการตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา (นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนักสร้างนวัตกรรมชุมชน) เป็นการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่เพียงด้านความรู้ทางวิชาการเท่านั้น<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย (102 คน) อาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสรุปผลได้อย่างกว้างขวาง หรือการนำผลไปใช้ในบริบทอื่นๆ อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือวิศวกรสังคมที่ใช้ในการอบรมและการลงพื้นที่ ยังไม่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในบทคัดย่อ ทำให้ไม่สามารถประเมินความครอบคลุมของเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องมือเหล่านี้ในบริบทที่แตกต่างกัน อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของงานวิจัยได้<\/p><p>การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย t-test ช่วยในการทดสอบสมมติฐานว่าการอบรมส่งผลให้ความรู้ความเข้าใจของนักศึกษาเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่ก็ควรมีการวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติม เช่น การวิเคราะห์คุณภาพของการแก้ปัญหาในชุมชน การประเมินผลกระทบระยะยาวของการแก้ปัญหา หรือการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อความสำเร็จของการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การศึกษาเชิงคุณภาพจากการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR) เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ แต่ควรมีการอธิบายวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างชัดเจน<\/p><p>ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่านักศึกษาที่ผ่านการอบรมมีความพึงพอใจในกระบวนการและมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาชุมชนได้จริง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดีและแสดงถึงประสิทธิภาพของการอบรม อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัย ควรมีการติดตามผลระยะยาว เพื่อประเมินผลกระทบของการอบรมต่อการพัฒนาชุมชนและอาชีพของนักศึกษาในอนาคต รวมถึงการเปรียบเทียบผลลัพธ์กับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการอบรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์และน่าเชื่อถือมากขึ้น<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การพัฒนาสังคม และการแก้ไขปัญหาสังคม เช่น <strong>อุตสาหกรรมการพัฒนาอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ อุตสาหกรรมสาธารณสุขชุมชน และอุตสาหกรรมเกษตรกรรม<\/strong> เพราะงานวิจัยนี้ได้สร้างและพัฒนาทักษะวิศวกรสังคม ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประสานงานกับชุมชน การสื่อสารกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม และการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อุตสาหกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานร่วมกับชุมชนและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งงานวิจัยนี้สามารถช่วยพัฒนาบุคลากรเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี<\/p><h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและการทำงานร่วมกับคนในชุมชน เช่น <strong>นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานด้านการพัฒนา นักสังคมสงเคราะห์ อาจารย์ วิศวกร นักวิชาการ ผู้ประกอบการเพื่อสังคม<\/strong> หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการทำงานร่วมกันเป็นทีม เพราะงานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอาชีพเหล่านี้ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การประสานงาน และการสร้างนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาชุมชนได้<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "176047",
        "Headname": "นางสาวจิรภา คงเขียว",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม"
        ],
        "ProjectObjective": "1 เพื่อให้นักศึกษามีทักษะของวิศวกรสังคม และมีคุณลักษณะ 4 ประการ ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา2 เพื่อจัดการความรู้หรือนวัตกรรม ไปพัฒนาชุมชน ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม"
    },
    "apa": "นางสาวจิรภา คงเขียว. (2565). บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. สตูล.",
    "chicago": "นางสาวจิรภา คงเขียว. 2565. \"บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม\". มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. สตูล.",
    "mla": "นางสาวจิรภา คงเขียว. \"บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม\". มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 2565. สตูล.",
    "vancouver": "นางสาวจิรภา คงเขียว. บ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพวิศวกรสังคม. มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา; 2565. สตูล.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}