{
    "content_title": "แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/17970.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน” มุ่งเน้นการศึกษาและต่อยอดองค์ความรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนขุนยวม โดยเฉพาะงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประเพณี เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้มีจุดเด่นคือการใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยใช้ทั้งการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรม การสัมภาษณ์ และการสำรวจรังวัด ทำให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือสูง<\/p><p>การศึกษารายละเอียดของงานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมในพื้นที่ชุมชนขุนยวม ได้แก่ วัด 3 แห่ง (วัดม่วยต่อ วัดคำใน และวัดขุ่ม) และเรือนพื้นถิ่น 25 แห่ง เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความงดงามของศิลปกรรมท้องถิ่น การวิเคราะห์งานศิลปกรรม เช่น งานฉลุแผ่นโลหะ งานแกะสลักไม้ งานฉลุกระดาษลงรักปิดทอง พระพุทธรูป งานปูนปั้น และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมต่างๆ ของทั้งศาสนสถานและเรือนพื้นถิ่น ช่วยให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและกระบวนการสร้างสรรค์ของชุมชน นอกจากนี้ การวิเคราะห์หน้าที่การใช้งานของเรือนพื้นถิ่น เช่น เรือนพักอาศัย เรือนกึ่งพักอาศัยกึ่งพาณิชย์ และเรือนพาณิชย์ ช่วยให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมทางกายภาพ<\/p><p>ส่วนที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการประยุกต์ใช้ผลการวิจัยกับการดำเนินกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างหุ่นจำลองสถาปัตยกรรม และการออกแบบสร้างหอพระพุทธ โดยใช้รูปแบบศิลปะไทใหญ่เป็นแนวคิดหลัก แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาใช้เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และที่สำคัญ งานวิจัยได้เน้นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในบริบทของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังสามารถพัฒนาได้อีก เช่น การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับความยั่งยืนของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม อาจจะต้องมีการศึกษาถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างรอบด้านมากขึ้น รวมถึงการวัดผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการ เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความสำเร็จของการพัฒนา นอกจากนี้ การศึกษาเปรียบเทียบกับพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอื่นๆ อาจช่วยให้ได้ข้อเสนอแนะที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่โดยรวมแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ถือว่ามีคุณค่า ทั้งในด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม <\/strong>โดยเฉพาะการท่องเที่ยวชุมชน เนื่องจากผลการวิจัยได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประเพณีของชุมชนขุนยวม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าสำหรับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว เช่น การจัดทัวร์ การจัดกิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรม การสร้างแหล่งเรียนรู้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ งานวิจัยยังเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อวางแผนการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาชีพในหลายสาขา เช่น <strong>นักวิชาการ นักวิจัย นักออกแบบ นักวางแผนการท่องเที่ยว <\/strong>นักอนุรักษ์มรดก และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หรือการพัฒนาชุมชน ข้อมูลและข้อเสนอแนะในงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการทำงาน เพื่อการวิเคราะห์ การวางแผน การออกแบบ และการจัดการ ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ที่มีมรดกทางวัฒนธรรม สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปปรับใช้กับการทำงานได้อย่างตรงจุด และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "176049",
        "Headname": "นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ",
        "ProjectYearSubmit": "2565",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเชียงใหม่",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "พิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม",
            "การพัฒนาที่ยั่งยืน"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษาต่อยอดองค์ความรู้ด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ประเพณีและพิธีกรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำไปใช้ดำเนินการกิจกรรมสร้างสรรค์ขับเคลื่อนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวม เพื่อเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และเชื่อมโยงแผนการพัฒนาให้เกิดความสอดคล้องไปกับยุทธศาสาตร์ จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ"
    },
    "apa": "นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. (2565). แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. แม่ฮ่องสอน.",
    "chicago": "นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. 2565. \"แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. แม่ฮ่องสอน.",
    "mla": "นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. \"แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน\". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565. แม่ฮ่องสอน.",
    "vancouver": "นายสืบศักดิ์ แสนยาเกียรติคุณ. แนวทางการพัฒนาเพื่อบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์มีชีวิตขุนยวมสู่ความยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2565. แม่ฮ่องสอน.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}