{
    "content_title": "การพัฒนาระบบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) แบบบูรณาการจากของเสียมันสำปะหลัง ด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับไฮบริดไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18255.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้น<strong>การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) จากของเสียมันสำปะหลัง โดยใช้กระบวนการบูรณาการสองขั้นตอน คือ การย่อยสลายแบบไร้อากาศ (Anaerobic Digestion) และไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น (Hydrothermal Carbonization - HTC) การใช้ของเสียมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ<\/strong> เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย และมีปริมาณกากเหลือทิ้งจำนวนมากหลังการแปรรูป การนำกากมันสำปะหลังมาใช้ประโยชน์จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทิ้งกากมันสำปะหลังลงสู่แหล่งน้ำและพื้นที่เพาะปลูก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียทางการเกษตรอีกด้วย<\/p><p>ขั้นตอนแรกของงานวิจัยคือการหมักแบบไร้อากาศในถังปฏิกรณ์ Fermentation tank ซึ่งมีการควบคุมเงื่อนไขต่างๆ เช่น ระยะเวลาการกักเก็บ (HRT) ความเข้มข้นของแข็ง และค่า pH เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพนี้ทำได้โดยการใช้จุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ส่งเสริมการผลิตมีเทน การใช้จุลินทรีย์เฉพาะทางจะช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายและเพิ่มปริมาณมีเทนที่ได้ การเลือกใช้จุลินทรีย์ <i>synthrogen<\/i> บ่งบอกถึงความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมีเทนให้สูงขึ้น ขั้นตอนนี้เน้นการผลิตก๊าซชีวภาพจากส่วนที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายของกากมันสำปะหลัง<\/p><p>ขั้นตอนที่สองคือการนำกากมันสำปะหลังที่ผ่านการหมักแล้วเข้าสู่กระบวนการ HTC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการแปรรูปชีวมวลด้วยความร้อนและความดันสูง กระบวนการนี้จะช่วยเปลี่ยนส่วนที่ย่อยสลายยากของกากมันสำปะหลังให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดอื่นๆ เช่น ไบโอชาร์ (Biochar) ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยปรับปรุงดินหรือวัสดุอื่นๆ การบูรณาการสองกระบวนการนี้จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากกากมันสำปะหลังได้อย่างเต็มที่ และลดปริมาณของเสียที่เหลือทิ้ง<\/p><p>นอกจากการศึกษาด้านเทคโนโลยีแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบด้านพลังงาน เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การวิเคราะห์ด้านพลังงานจะช่วยประเมินความคุ้มค่าของพลังงานที่ได้จากการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเทียบกับพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิต ส่วนการวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์จะช่วยประเมินต้นทุนและผลกำไรจากการดำเนินการ และการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ การวิเคราะห์ครบทุกมิติเช่นนี้ทำให้ผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์และน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะการเปรียบเทียบผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมจะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น<\/p><p>การออกแบบระบบนำร่องในระดับห้องปฏิบัติการเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนที่จะขยายขนาดการผลิตในเชิงพาณิชย์ การทดลองในระดับห้องปฏิบัติการช่วยให้สามารถทดสอบและปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะลงทุนในระบบขนาดใหญ่ ข้อมูลจากการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการจะถูกนำไปใช้ในการออกแบบและสร้างระบบนำร่อง เพื่อทดสอบความสามารถในการทำงานของระบบในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ก่อนที่จะนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรม การดำเนินการตามขั้นตอนนี้แสดงถึงความรอบคอบและความเข้าใจในกระบวนการวิจัยและพัฒนาอย่างถูกต้อง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมการจัดการของเสียทางการเกษตร เหตุผลคือ:<\/p><p><strong>อุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง:<\/strong> งานวิจัยนี้ช่วยแก้ปัญหาการจัดการกากมันสำปะหลังซึ่งเป็นของเสียปริมาณมากจากกระบวนการผลิต การนำกากมันสำปะหลังมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจะช่วยลดต้นทุนการกำจัดของเสียและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังได้อีกด้วย<\/p><p><strong>อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน:<\/strong> งานวิจัยนี้ช่วยพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนจากทรัพยากรชีวมวล เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก<\/p><p><strong>อุตสาหกรรมการจัดการของเสียทางการเกษตร:<\/strong> งานวิจัยนี้เป็นตัวอย่างของการนำของเสียทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการของเสียทางการเกษตรเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรเคมี วิศวกรสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการด้านพลังงานทดแทน เหตุผลคือ:<\/p><p><strong>นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ:<\/strong> งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ นักวิจัยสามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจุลินทรีย์ กระบวนการหมัก และเทคโนโลยี HTC มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต<\/p><p><strong>วิศวกรเคมี:<\/strong> วิศวกรเคมีสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบและปรับปรุงระบบการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเน้นด้านการออกแบบเครื่องจักร การควบคุมกระบวนการ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต<\/p><p><strong>วิศวกรสิ่งแวดล้อม:<\/strong> วิศวกรสิ่งแวดล้อมสามารถมีส่วนร่วมในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การออกแบบระบบการจัดการของเสีย และการพัฒนาระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<\/p><p><strong>นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม:<\/strong> นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมสามารถมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และเสนอแนะแนวทางการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น<\/p><p><strong>ผู้ประกอบการด้านพลังงานทดแทน:<\/strong> ผู้ประกอบการสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการลงทุนและพัฒนาธุรกิจด้านพลังงานทดแทน โดยการผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "183541",
        "Headname": "นายอรรณพ นพรัตน์",
        "ProjectYearSubmit": "2566",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ของเสีย",
            "ก๊าซชีวภาพ",
            "ระบบบำบัดไม่ใช้อากาศ",
            "ไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น",
            "ไฮโดรชาร์",
            "อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากกากมันสำปะหลังแบบ 2 ขั้นตอน โดยพัฒนาเทคโนโลยีการหมักกากมันสำปะหลังร่วมกับการเลี้ยงเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ส่งเสริมการผลิตมีเทน เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างกระบวนการย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศและระบบไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) จากกากมันสำปะหลัง เพื่อประเมินผลกระทบด้านพลังงาน เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากกากมันสำปะหลัง ด้วยการบูรณาการระบบผลิตก๊าซชีวภาพกับไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น"
    },
    "apa": "นายอรรณพ นพรัตน์. (2566). การพัฒนาระบบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) แบบบูรณาการจากของเสียมันสำปะหลัง ด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับไฮบริดไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, เกาหลี, สมุทรสาคร.",
    "chicago": "นายอรรณพ นพรัตน์. 2566. \"การพัฒนาระบบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) แบบบูรณาการจากของเสียมันสำปะหลัง ด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับไฮบริดไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, เกาหลี, สมุทรสาคร.",
    "mla": "นายอรรณพ นพรัตน์. \"การพัฒนาระบบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) แบบบูรณาการจากของเสียมันสำปะหลัง ด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับไฮบริดไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2566. กรุงเทพมหานคร, เกาหลี, สมุทรสาคร.",
    "vancouver": "นายอรรณพ นพรัตน์. การพัฒนาระบบผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) แบบบูรณาการจากของเสียมันสำปะหลัง ด้วยกระบวนการย่อยสลายแบบไร้อากาศร่วมกับไฮบริดไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชั่น. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2566. กรุงเทพมหานคร, เกาหลี, สมุทรสาคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}